ที นางเงยหน้าขึ้นสบตาเมิ่งฉีฮ่วน “ท่านฝันถึงอย่างนั้นหรือ?”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า เมื่อนึกถึงภาพในความฝัน หัวใจเขาก็รู้สึกบีบคั้น “ข้าคิดว่านั่นอาจจะเป็นเรื่องจริง”
คำพูดนี้ทำเอาหลี่เยว่หานรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ นางนึกถึงยามที่ได้เห็นความตายของหลี่ต่าเฉิง และการที่หวังเฟิ่งถูกตัดสินประหารชีวิต มือของหลี่เยว่หานเริ่มสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม
“นั่นคือเรื่องจริง… เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน… หลังจากข้ามาอยู่ที่นี่ ข้าเคยเห็นเหตุการณ์ในศตวรรษที่ 21 อยู่หลายครั้ง ทั้งงานศพของข้า ทั้งการทะเลาะวิวาทของหลี่ต่าเฉิงและหวังเฟิ่ง ทุกสิ่งล้วนดำเนินไปตามครรลองของมัน…”
“นั่นหมายความว่า…” หลี่เยว่หานหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไร้เสียง “พ่อของข้าเสียชีวิตแล้วจริง ๆ หวังเฟิ่งเองก็ได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายที่ควรจะเป็น แต่เหตุใดกัน… เหตุใดข้าจึงไม่มีวามสุขเลยสักนิด ข้าทั้งที่ควรจะเกลียดชังพ่อที่สุด ทว่า… พอเขาตายจากไปจริง ๆ ข้ากลับยังรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ…”
อาจเป็นเพราะเพิ่งจะผ่านการคลอดบุตร สภาวะอารมณ์จึงยังไม่คงที่ ประกอบกับความกังวลที่สั่งสมมานาน อารมณ์ของหลี่เยว่หานจึงปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานนางก็ร้องไห้จนหมดสติไปในอ้อมกอดของเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนมองดูสตรีในอ้อมกอดที่ใบหน้ายังคงอาบด้วยคราบน้ำตา เขาถอนหายใจเบา ๆ พลางหยิบยาเม็ดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วป้อนเข้าปากหลี่เยว่หาน เมื่อเห็นนางหลับส