งไรนางก็รู้เรื่องลูกอีกคนแล้ว หากนางเกิดสะเทือนใจขึ้นมา เจ้าอย่าปล่อยให้นางร้องไห้นานนัก ไม่เช่นนั้นที่บำรุงร่างกายมาครึ่งเดือนนี้จะสูญเปล่าเอาได้” ฟางจื่อหลานกำชับ
“ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านป้าสะใภ้มากเจ้าคะ” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้ารับ “ข้า… ข้าขอไปดูเด็กคนนั้นหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ?”
เด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลก แต่ยังมิมีโอกาสได้เห็นความงามของโลกใบนี้ ก็สิ้นใจไปเสียก่อน…
ฟางจื่อหลานทอดถอนใจ “เด็กที่สิ้นใจแต่แรกเกิด ในแคว้นตงฮั่นของเรามิมักเก็บไว้นาน ดังนั้นหลังจากเยว่หานคลอดได้เพียงหนึ่งวัน ข้าก็สั่งให้คนนำเด็กไปฝังแล้ว”
เมิ่งฉีฮ่วนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขานึกขึ้นได้ว่ามีธรรมเนียมเช่นนั้นจริง “เช่นนั้นรบกวนท่านป้าสะใภ้ช่วยพาข้าไปดูหน่อยเถิดว่าฝังเด็กไว้ที่ใด”
“ได้ รอให้เยว่หานหลับเสียก่อน ข้าจะพาเจ้าไป” ฟางจื่อหลานกล่าวพร้อมถอนหายใจ
หลังจากกำชับเรื่องต่าง ๆ กับเมิ่งฉีฮ่วนอีกครู่หนึ่ง ฟางจื่อหลานก็เดินกลับเข้าไปในห้องอบอุ่น เพราะหลี่เยว่หานจำเป็นต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลใกล้ชิด ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนที่กลับถึงเมืองหลวงก่อนกำหนด จำต้องเข้าวังเพื่อรายงานตัวต่อฮ่องเต้
เมิ่งฉีฮ่วนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากจวนขุนพล ทว่ากลับถูกขอทานน้อยคนหนึ่งขวางทางไว้ที่หน้าประตู
“มีคุณชายผู้มั่งคั่งท่านหนึ่งสั่งให้ข้ามาบอกท่านแม่ทัพว่า หากอยากรู้เรื่องบุตรสาว ให้ไปพบเขาที่ห้องรับรองในโรงเตี๊ยมปาเซียน” กล่าวจบ ขอทานน้อยก