็คำนับเมิ่งฉีฮ่วนหนึ่งครั้งก่อนจะวิ่งหนีหายไป
เมิ่งฉีฮ่วนยืนนิ่งอึ้งอยู่หน้าจวนขุนพลด้วยความมึนงง
หมายความว่าอย่างไร? เรื่องของบุตรสาว หรือจะเป็นบุตรสาวของเขา?
แต่… บุตรสาวมิได้สิ้นใจไปตั้งแต่แรกเกิดหรอกหรือ…
ในยามนี้ จิตใจของเมิ่งฉีฮ่วนสับสนวุ่นวายจนมิมีกะจิตกะใจจะเข้าวังอีกต่อไป เขาต้องการไปที่โรงเตี๊ยมปาเซียนเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าใครกันแน่ที่ส่งข่าวมา
จะเป็นจงเจิ้งเซวียนหรือ?
มิมีทาง จงเจิ้งเซวียนเดินทางมาด้วยรถม้า ยามนี้ยังมิถึงเมืองหลวงด้วยซ้ำ ย่อมไม่ใช่เขาแน่นอน!
เมื่อคิดดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบทะยานไปยังโรงเตี๊ยมปาเซียนทันที
เฮ่อเจิ้งเทียนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างรถม้าถึงกับงงงวย ได้แต่รีบวิ่งตามไป ทว่ามนุษย์ไหนเลยจะวิ่งสู้ม้าได้ เพียงมินานเมิ่งฉีฮ่วนก็ลับสายตาไป
ณ โรงเตี๊ยมปาเซียน
บุรุษในชุดสีเขียวสวมกวนหยกมองลงมาจากหน้าต่างที่เห็นถนนด้านล่างได้อย่างชัดเจน เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนควบม้าตรงมา เขาก็ยกมุมปากยิ้มอย่างมิมีพิษมีภัย
“อู๋หัว เจ้าว่าเมิ่งเหวินจั๋วเห็นข้าแล้ว เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร”
ผู้ที่ถูกเรียกว่าอู๋หัวคือองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินคำถามเขาก็นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “คุณชายเมิ่งคงจะประหลาดใจยิ่งนักขอรับ”
“เจ้านี่ช่างจืดชืดเสียจริง” บุรุษชุดเขียวปรายตามองอู๋หัวอย่างนึกรำคาญ “ประหลาดใจน่ะแน่นอนอยู่แล้ว แต่หลังจากหายตกใจ เจ้าว่าเขาจะทำอย่างไร