ละคังโหรวถอยออกไป “หลายวันมานี้พวกเจ้าลำบากมากแล้ว วันนี้จงไปพักผ่อนแต่หัววันเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกมาก อย่างน้อย… อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ปิดบังเรื่องนี้ไปให้พ้นเจ็ดวันก่อน”
หมิงจูและคังโหรวไม่กล่าวคำใด เดินถอยออกไปอย่างเชื่อฟัง
ฟางจื่อหลานทอดถอนใจมองพระจันทร์ครึ่งซีกบนฟากฟ้า
เมิ่งฉีฮ่วนเอ๋ยเมิ่งฉีฮ่วน หากเจ้าอยู่เคียงข้างหลี่เยว่หานก็คงจะดี อย่างน้อยหากนางรู้ว่าลูกเกิดเรื่องขึ้น นางก็ยังมีเจ้าเป็นที่พึ่งพิงใจ…
…
คืนนั้นผ่านไปอย่างสงบด้วยความช่วยเหลือของกำยานช่วยประสาท หลี่เยว่หานหลับสนิทตลอดคืน
ทว่าด้วยอาการตกเลือดหลังคลอดทำให้นางยังคงไร้เรี่ยวแรง ทันทีที่ตื่นขึ้นมานางก็พร่ำเพรียกหาแต่ลูก
ฟางจื่อหลานจนปัญญา ทำได้เพียงสั่งให้จุดกำยานช่วยประสาทอีกครั้ง และอาศัยช่วงเวลาที่หลี่เยว่หานกึ่งหลับกึ่งตื่น นำเด็ก ๆ มาวางไว้ข้างกายนางเพื่อให้ได้โอบกอดเพียงชั่วครู่
ครั้นเมื่อหลี่เยว่หานหลับสนิทไปแล้ว ฟางจื่อหลานจึงหยิบผ้าห่อตัวทารกทั้งสองผืนนั้นโยนให้หมิงจูแล้วสั่งว่า “หากหลี่เยว่หานตื่นขึ้นมา เจ้าจงอุ้มเด็กให้นางดูจากระยะไกล ห้ามเข้าไปใกล้เป็นอันขาด”
“แต่ฟูเหรินต้องอยากให้เด็ก ๆ อยู่ข้างกายแน่เจ้าค่ะ” หมิงจูมองผ้าห่อตัวอย่างจนใจ “ยามฟูเหรินดื้อรั้นขึ้นมา ใครพูดสิ่งใดนางก็ไม่ฟัง…”
“เช่นนั้นก็จงหาทางทำให้นางไม่ต้องนึกถึงเรื่องลูก!” ฟางจื่อหลานถลึงตาใส่หมิงจู “เป็นบ่าวก็ควรจะแบ่