ล่าวว่า หากหลี่เยว่หานไม่ฟื้นขึ้นมาภายในสามวัน เกรงว่าเธอคงจะต้องหลับใหลไปตลอดกาล ดังนั้นฟางจื่อหลานจึงไม่กล้าผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย เพียงเวลาแค่สามวัน เธอก็ซูบผอมลงไปถนัดตา
ยามนี้หลี่เยว่หานฟื้นขึ้นมาในที่สุด ทุกคนจึงค่อยเบาใจลงได้
ด้วยความช่วยเหลือจากคังโหรวและหมิงจู หลี่เยว่หานทานรังนกไปได้ครึ่งถ้วย และดื่มโจ๊กข้าวสีนิลใส่ตับหมูไปอีกเล็กน้อย จึงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
“ท่านป้าสะใภ้ เด็ก ๆ เล่า?” หลังจากวางชามลง หลี่เยว่หานก็มองหาไปรอบ ๆ เธอจำได้ว่าเธอให้กำเนิดบุตรแฝดชายหญิง ทว่าตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเธอยังไม่เห็นทารกทั้งสองเลย ในใจจึงรู้สึกกังวลยิ่งนัก
“เด็ก ๆ มีแม่นมคอยดูแลอยู่ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ฟางจื่อหลานก้มลงหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับปากให้หลี่เยว่หาน พลางถอนใจและยิ้มอย่างอ่อนโยน
“หลายวันที่เจ้าหมดสติไป เด็ก ๆ ทานอิ่มนอนหลับดี ร่างกายแข็งแรงยิ่งนัก ท่านหมอกล่าวว่า สภาพร่างกายของเจ้าในยามนี้ยังไม่เหมาะจะดูแลบุตร จงพักฟื้นให้ดีสักหนึ่งเดือน เมื่อพ้นกำหนดอยู่ไฟแล้วข้าจะพาเด็ก ๆ มาให้เจ้าดู”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของหลี่เยว่หานก็พลันหล่นวูบ เธอคว้ามือฟางจื่อหลานไว้แน่นพลางละล่ำละลักถามด้วยความร้อนใจ “เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเด็ก ๆ หรือ!”