่งจะให้กำเนิดบุตรไป…
“เยว่หาน เจ้าโธ่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นหรือไม่?” ฟางจื่อหลานคว้ามือหลี่เยว่หานไว้ด้วยความร้อนใจ เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นพลางเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
ท่านผู้เฒ่าฉางที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็ถอดถอนใจ “ยามนี้พวกเจ้าคุยกับเธอไป เธอก็ไม่มีแรงจะตอบหรอก ไม่สู้รีบสั่งให้ห้องครัวเล็กยกรังนกแดงที่เตรียมไว้ขึ้นมา แล้วต้มโจ๊กข้าวสีนิลมาให้เธอเพื่อบำรุงเลือดและกำลัง ชีวิตของเธอนี้นับว่ากระชากกลับมาจากมือมัจจุราชได้หวุดหวิด หากเลือดออกมากกว่านี้อีกเพียงนิด ต่อให้เป็นข้าก็จนปัญญา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คังโหรวก็รีบวิ่งออกไปและนำอาหารที่เตรียมไว้จากห้องครัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางเธอยังส่งคนไปแจ้งข่าวความปลอดภัยที่จวนมู่หวังและในวังหลวงอีกด้วย
จากการตกเลือดครั้งใหญ่ครั้งนี้ หลี่เยว่หานสลบไสลไปถึงสามวันเต็ม ฮองเฮาไม่อาจประทับอยู่นอกวังได้นานนัก ดังนั้นในคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่ประตูวังจะลงกลอน พระองค์จึงเสด็จกลับเข้าวังไปก่อน ส่วนพระชายามู่ยังคงอยู่เป็นเพื่อนฟางจื่อหลานที่จวนขุนพล ทว่าร่างกายของนางไม่ค่อยแข็งแรง วันนี้เพิ่งจะมาได้ครู่เดียวก็เริ่มเดินไม่มั่นคงและใบหน้าซีดเผือด จึงต้องเสด็จกลับไปพักผ่อนก่อน
ฟางจื่อหลานรีบไปเชิญท่านผู้เฒ่าฉางมาตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งข่าวเมื่อสามวันก่อน หลังจากนั้นสามวันเธอแทบไม่ได้หลับนอน เฝ้าอยู่ข้างเตียงของหลี่เยว่หานตลอดเวลา
ท่านผู้เฒ่าฉางก