ื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่ ก็ได้คุกเข่าลงต่อหน้าอันผินโดยมีคังโหรวคอยพยุง…
……
“ฮั่นหรงฟูเหริน รีบลุกขึ้นเถอะ” อย่างไรเสียก็มีคนนอกอยู่ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นยังคงต้องรักษามาดความน่าเกรงขามของฮ่องเต้เอาไว้
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” อีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
เอาละสิ อันผินเหลือบเห็นฮองเฮาผู้ซึ่งไม่ค่อยจะจัดขบวนเกียรติยศเต็มยศมาหลายร้อยปี แต่วันนี้กลับเสด็จมาพร้อมขบวนยิ่งใหญ่อลังการ… นี่เห็นชัด ๆ ว่าต้องการใช้โอกาสนี้ถีบนางลงขุมนรกชัด ๆ…
“ในเมื่อน้องหญิงอันผินกล่าวว่าฮั่นหรงฟูเหรินล่วงเกินนางจึงถูกลงโทษให้คุกเข่า เยว่หานของพวกเราก็ไม่ใช่เด็กสาวที่ไม่รู้ความ วันนี้ก็ขอยอมรับโทษทัณฑ์นี้เสียแล้วกัน” ฮองเฮาพูดพลางเข้ามาใกล้
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นกระแอมไอ “ล่วงเกินอะไรกัน ทำไมข้าถึงไม่รู้!” พลางจ้องเขม็งไปที่อันผินที่ยืนเงียบกริบอยู่ด้านข้าง แล้วตรัสว่า “อันผิน! ฮั่นหรงฟูเหรินได้ล่วงเกินเจ้าจริงหรือไม่?”
“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ” เหวินกุ้ยเหรินที่อยู่ข้างกายอันผินมาตลอดเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ เจ้าค่ะ ฮั่นหรงฟูเหรินเป็นครอบครัวขุนนางฝ่ายนอก จึงไม่รู้จักสนมในวังหลังอย่างพวกเรา ด้วยเหตุนี้จึงอาจพลั้งปากพูดจาไม่เหมาะสมไปบ้าง ทำให้พระสนมอันผินไม่พอใจ เรื่องนี้จะโทษฮั่นหรงฟูเหรินฝ่ายเดียวไม่ได้ และจะโทษพระสนมอันผินก็ไม่ได้เช่นกันเจ้าค่ะ”
“ข้าถามเจ้าหรือ?” เดิมทีฮ่องเต้หลิงอวิ