๋นไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อวังหลังอยู่แล้ว เมื่อเห็นเหวินกุ้ยเหรินเสนอหน้าออกมาช่วยพูดให้อันผิน สีหน้าจึงดูไม่ดีนัก “อันผินไม่มีปากหรือว่าเจ้ามีปากเกินมา? ถึงต้องมาคอยพากย์เหตุการณ์อยู่ตรงนี้?”
หลี่เยว่หานที่คุกเข่าอยู่บนพื้นเมื่อได้ยินคำพูดของฮ่องเต้หลิงอวิ๋น ก็เกือบจะหลุดขำออกมา
“ฝ่าบาท อย่างไรเสียอันผินก็เป็นผู้หญิงของท่าน ผู้หญิงของตัวเองถูกรังแกแล้วจะอารมณ์เสียบ้างก็เป็นเรื่องปกติ” ฮองเฮาแสดงท่าทีเหมือนคนดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่เช่นกัน “อีกอย่าง ถึงแม้เยว่หานจะเข้าวังมาหลายวันแล้ว แต่ข้าก็ไม่ได้พานางไปทำความรู้จักกับเหล่าสนมในวังหลังจริง ๆ เรื่องนี้เป็นความผิดของเยว่หานไม่ผิดแน่ พวกเราขอยอมรับโทษ”
พูดจบ ฮองเฮาก็เลิกชายกระโปรงขึ้น แล้วคุกเข่าลงข้าง ๆ หลี่เยว่หานด้วยเช่นกัน
หลี่เยว่หานตกใจ รีบกระซิบถาม “พระนาง ท่านลงมาคุกเข่าทำไมเจ้าคะ?”
“ทีเจ้ายังสร้างคลื่นลมได้ แล้วทำไมข้าจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ? ข้าเหม็นขี้หน้าพวกผู้หญิงของเจ้าฮ่องเต้เฒ่านี่มานานแล้ว!” ฮองเฮาเอ่ยพลางขยิบตาให้หลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของฮองเฮา หลังจากนั้นจึงไม่ได้พูดอะไรอีก
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเมื่อเห็นฮองเฮาคุกเข่าลงไป ก็เกิดอาการลนลานขึ้นมาทันที “อาไฉ่ เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ รีบลุกขึ้นเถอะ พื้นมันเย็น ร่างกายเจ้าก็ไม่ค่อยดี หากเป็นหวัดขึ้นมาจะทำอย่างไร!”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา แต่