นอกชายแดน พระชายามู่ที่ประทับอยู่ด้านข้างแค่นเสียงเหอะออกมาหนึ่งคำ “เก่งแต่ใช้คนของตัวเองออกไปเสี่ยงตาย ลูกชายตัวเองก่อเรื่องไว้แท้ ๆ เหตุใดเขาถึงไม่สะสางเองเล่า!”
“หากเขายังหนุ่มกว่านี้สักสิบปี เขาจะไปจัดการเองข้าก็ไม่ขัดหรอก เผลอ ๆ จะสนับสนุนให้ไปด้วยซ้ำ!” ฮองเฮาเอ่ยรับฝีปากไปเช่นนั้น
ฝ่ายพระชายามู่ไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ เพียงแต่กลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอาหลี่เยว่หานรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที แม้ในใจจะอยากถามรายละเอียดให้ลึกกว่านี้ แต่ก็ไม่กล้าปริปากต่อ
อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะเป็นพระชายามู่หรือฮองเฮา หลี่เยว่หานรู้ดีว่านางไม่อาจล่วงเกินได้ทั้งนั้น
บรรยากาศในวังหลังวันนี้ดูไม่ค่อยดีมากเสียเท่าไหร่ พระชายามู่ออกจากวังไปก่อนเวลาเที่ยง จนกระทั่งหลี่เยว่หานตื่นจากการงีบยามบ่ายและออกมาเดินเล่น ได้ยินเหล่าสนมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พระชายามู่กับฮองเฮามีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนพระชายามู่โกรธและกลับจวนไป
หลี่เยว่หานอดสงสัยไม่ได้ จึงถามคังโหรวที่อยู่ข้างกายว่า “พระชายามู่กับฮองเฮาทรงทะเลาะกันตอนไหนหรือ?”
คังโหรวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “อาจจะเป็นตอนที่ฮองเฮาเอ่ยถึงเรื่องของท่านแม่ทัพ พระชายามู่คงจะเอ่ยบางสิ่งที่ทำให้ฮองเฮาทรงขุ่นเคืองใจออกไป เมื่อเรื่องนี้ผ่านหูผ่านปากพวกบ่าวรับใช้ไปเรื่อย ๆ เรื่องราวคงจะเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่างกระมังเพคะ”
เมื่อฟังข้อสันนิษฐานของคังโหรว หลี่เยว่หานก็คิดว่ามีค