วามเป็นไปได้
ในตอนที่ฮองเฮากับพระชายามู่สนทนากัน มักจะมีความรู้สึกเหมือนประชดประชันกันอยู่ตลอด แม้แต่นางเองยังรู้สึกว่ายากจะหาช่องว่างแทรกคำพูด หากเรื่องนี้หลุดออกไป ย่อมต้องมีคนคิดว่าเป็นเรื่องพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ทะเลาะกันเป็นธรรมดา
ทว่าหลี่เยว่หานยังคงไม่เข้าใจว่า เหตุใดวิธีการที่ฮองเฮากับพระชายามู่ปฏิบัติต่อกัน ถึงดูคล้ายกับท่าทีที่ทั้งสองพระองค์มีต่อนางไม่ผิด…
หากเพียงเพราะฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงโปรดปรานเมิ่งฉีฮ่วน ก็ไม่จำเป็นต้องหยิบยื่นไมตรีต่อคนในเรือนหลังถึงขนาดนี้กระมัง
ท่าทีที่พวกนางมีต่อนาง ดูราวกับว่า… ปฏิบัติต่อคนในครอบครัวเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น
เรื่องนี้ทำให้หลี่เยว่หานรู้สึกฉงนใจเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านหญิงพวกเรากลับกันเถิดเพคะ” คังโหรวเห็นหลี่เยว่หานยืนใจลอยอยู่ในอุทยานหลวง จึงกระซิบเตือนอย่างแผ่วเบา “ที่นี่คือวังหลัง อีกทั้งเรายังเป็นครอบครัวของขุนนางภายนอก หากมีคนเห็นมาเดินเพ่นพ่านในอุทยานหลวงเช่นนี้ เกรงว่าจะถูกนำไปนินทาให้เสียหายได้นะเพคะ”
เดิมทีหลี่เยว่หานตั้งใจจะกลับอยู่แล้ว แต่พอได้ยินคำพูดของคังโหรว ความดื้อรั้นก็ผุดขึ้นมาทันที “ไม่กลับ ในเมื่อพวกเราไม่ได้ร้องขอเข้าวังเอง ใครอยากจะนินทาก็ปล่อยให้เขานินทาฝ่าบาทกับฮองเฮาไป”
เอ่ยจบ หลี่เยว่หานก็ไม่หลบเลี่ยงแต่กลับเดินชมอุทยานหลวงต่อไปอย่างสงบ
เหล่าพระสนมสองนางที่กำลังซุบซิบกันอยู่ พอเห็นหลี่เยว่หานที่อุ้มท้องแก่เดินเล