่นอย่างสบายอารมณ์ในอุทยานหลวง ไม่รู้ว่าพวกนางคิดสิ่งใดอยู่แล้วเดินตรงรี่เข้ามาหาหลี่เยว่หาน
“โอ้… นี่ไม่ใช่ฮั่นหรงฟูเหรินผู้เลื่องลือไปทั่วเมืองหลวงหรอกหรือ ได้ยินว่าเข้าวังมาเพื่อพักฟื้นรอคลอด ข้านึกว่าเป็นเพียงข่าวลือเสียอีก ไม่คาดคิดว่าจะได้พบฟูเหรินในวังหลังของเราจริง ๆ” สตรีผู้พูดนั้นประดับประดาด้วยเพชรนิลจินดาไปทั้งร่าง ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วน่าจะเป็นพระสนมระดับผิน
หลี่เยว่หานย่อกายลงเล็กน้อย ครรภ์แก่เจ็ดเดือนทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด ยามนี้นางเริ่มรู้สึกเสียใจที่ไม่ยอมเชื่อคำของคังโหรวแล้วกลับไปตั้งแต่แรก
“หม่อมฉันขอประทานอภัยที่ล่วงเกินพระสนมเพคะ” หลี่เยว่หานกล่าวเสียงเรียบ
“พระสนมอันใดกัน! ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเจ้าคือพระสนมอันผิง!” นางกำนัลคนหนึ่งตวาดกร้าวขึ้นมาทันที “ใครก็ได้! ฮั่นหรงฟูเหรินลบหลู่พระสนมอันผิง ตบปากนางเสีย!”
สิ้นเสียงนั้น นางกำนัลคนอื่น ๆ ก็รีบปรี่เข้ามาหมายจะตบหน้าหลี่เยว่หาน
ทว่าคังโหรวคนนี้เป็นคนที่ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงส่งมาให้อบรมสั่งสอนเป็นพิเศษ ย่อมเชี่ยวชาญระเบียบวินัยของวังหลวงดี นางรู้อยู่แล้วว่าพระสนมอันผิงผู้นี้จงใจหาเรื่อง จึงไม่ได้หลบแต่กลับก้าวมายืนบังหน้าหลี่เยว่หานไว้ พร้อมกับกล่าวเสียงดังฟังชัดว่า “ฮั่นหรงฟูเหรินเป็นเพียงคนนอก ย่อมไม่รู้ถึงฐานันดรของเหล่านายหญิงในวังหลังเป็นธรรมดา อีกทั้งฟูเหรินก็ทำความเคารพพระสนมอันผิงในทันที เพียงไม่ได้ระบุพระ