นามอย่างถูกต้อง ทำไมพี่สาวท่านนี้กลับกล่าวหาว่าฟูเหรินลบหลู่พระสนม ไม่ทราบว่าฟูเหรินของข้าลบหลู่พระสนมอันผิงที่ตรงไหนหรือ?”
นางกำนัลผู้นั้นไม่คาดคิดว่าคังโหรวจะมีฝีปากกล้าเช่นนี้ ถึงกับใบ้กินไปชั่วครู่ หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายจนเถียงไม่ออก
เดิมทีพระสนมอันผิงคงอยากแสดงอำนาจต่อหน้าหลี่เยว่หาน จึงไม่ได้ห้ามปรามนางกำนัลของตน เมื่อเห็นว่าคนของตนพ่ายแพ้จึงเอ่ยว่า “ฮั่นหรงฟูเหรินโปรดอย่าถือสาเลย บ่าวข้างกายข้ายังเด็ก นิสัยมุทะลุ ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเจ้าหรอก”
“พระสนมพูดเกินไปแล้วเพคะ” หลี่เยว่หานก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ไสบตากับพระสนมอันผิง “เป็นคังโหรวของข้าเองที่เสียมารยาท แม้หม่อมฉันจะไม่รู้จักพระสนม แต่ในฐานะสาวใช้คนสนิท นางควรจะจดจำใบหน้าของนายหญิงทุกท่านในวังหลังให้ขึ้นใจ เพื่อไม่ให้หม่อมฉันต้องล่วงเกินผู้สูงศักดิ์โดยไม่รู้ตัว”
พระสนมอันผิงย่อมฟังออกว่าหลี่เยว่หานกำลังประชดประชัน ใบหน้าจึงเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ นางแค่นเสียงเย็น “ฮั่นหรงฟูเหรินช่างถ่อมตัวเสียจริง”
“ต่อหน้าพระสนมอันผิง หม่อมฉันไม่กล้าไม่ถ่อมตัวเพคะ” หลี่เยว่หานยังคงก้มหน้าอยู่เช่นเดิม
พระสนมอันผิงรู้สึกเหมือนชกไปบนปุยฝุ่น อารมณ์จึงยิ่งขุ่นมัว
ในช่วงปีที่ผ่านมา ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นทรงเสด็จมาวังหลังน้อยลงเรื่อย ๆ จะมีก็แต่ฮองเฮาที่ยังพอได้เฝ้าแหนบ้าง ส่วนสนมผู้อื่นนั้น ฝ่าบาททรงลืมเลือนพวกนางสิ้น ทุกคนในวังหลังต่างอัดอั้นต