าเสียดายที่แม้เจียงหมิงจะเกลียดชังจงเจิ้งเซวียนจนอยากจะสับร่างอีกฝ่ายให้ละเอียดเป็นชิ้น ๆ ณ เดี๋ยวนั้น แต่ก็ไม่อาจลงมือทำได้
ชีวิตของตน ชีวิตของภรรยา ชีวิตของบุตรชาย ล้วนอยู่ในกำมือของจงเจิ้งเซวียนทั้งสิ้น แล้วเขามีสิทธิ์อะไรที่จะไปต่อกรจงเจิ้งเซวียน!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหมิงก็ถอนหายใจยอมรับชะตากรรม “ขอฝ่าบาทวางพระทัย แม้เจียงหมิงจะต้องตาย ก็จะคุ้มครองฝ่าบาทอย่างแน่นอน”
ได้ยินคำพูดนี้จากเจียงหมิง จงเจิ้งเซวียนรู้สึกพอใจในที่สุด
ภายใต้แสงโคมไฟอันมืดสลัว จงเจิ้งเซวียนค่อย ๆ ลืมตามองไปยังเจียงหมิง นัยน์ตาเขาฉายแววเป็นประกายแห่งการสำรวจส่องผ่านออกมา “ไม่นานมานี้ เจ้าเคยพูดกับข้าว่า การกระทำของฮั่นหรงฟูเหรินเหมือนคนในยุคของเจ้าใช่หรือไม่?”
“ใช่” เจียงหมิงตอบพร้อมทอดสายตาลงต่ำ แสดงท่าทียอมจำนนต่อโชคชะตา “วิธีการปลูกพืชที่ฮั่นหรงฟูเหรินเชี่ยวชาญมีเพียงในยุคของข้าเท่านั้น วิธีการปลูกองุ่นแบบปักชำเป็นวิธีจากยุคสมัยข้า อีกทั้งวิธีการใช้เครื่องปรุงรสในถานไคว่ ระบบการจัดการทะเบียนครัวเรือนหลังสร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่ พฤติกรรมต่าง ๆ ที่ฮั่นหรงฟูเหรินแสดงออกมาไม่เหมือนกับคนในยุคนี้”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของจงเจิ้งเซวียนก็เผยความตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย “รอข้าพบปะกับแคว้นเสวียนจิ้งเสร็จแล้ว จะรีบรวมทัพกับแคว้นเหลี่ยหลานทันที เมื่อยึดเมืองหลวงเสร็จ ข้าจะรับฮั่นหรงฟูเหรินผู้นี้เข้าสู่ตำหนักใน