และจะทะนุถนอมนางเป็นพิเศษ!”
“ฝ่าบาท” เจียงหมิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน “หากฝ่าบาทยกทัพไปยังเมืองหลวง ข้าแนะนำว่าฝ่าบาทอย่าเพิ่งสังหารแม่ทัพเมิ่ง แต่ควรใช้เขาเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่ฮั่นหรงฟูเหรินจะได้ผลกว่าการบังคับการใช้กำลังเข้าควบคุมนาง”
“โอ้? เจ้าหมายความว่าเมื่อร่างของนางกลายเป็นของเล่นของข้าแล้ว แต่หัวใจนางยังไม่ยอมสิโรราบงั้นหรือ?” เห็นได้ชัดว่าจงเจิ้งเซวียนไม่เชื่อ
“ยากที่จะกล่าวได้ขอรับ” เจียงหมิงไตร่ตรองคำพูดอย่างระมัดระวัง “พอถึงเวลานั้น ฝ่าบาทคงไม่ประสงค์ให้ฮั่นหรงฟูเหรินที่มีนิสัยใจคอเด็ดเดี่ยวเลือกเส้นทางปลิดชีพตัวเองใช่ไหมขอรับ ”
ที่เจียงหมิงกล่าวเช่นนี้ก็มีเหตุผลส่วนตัวของตนเองอยู่ด้วย
ในตอนแรกที่ชื่อเสียงของหลี่เยว่หานเริ่มแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง เจียงหมิงไม่ได้ใส่ใจสตรีนางนี้นัก แต่สิ่งที่ทำให้เจียงหมิงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา คือรายงานการสืบสวนที่ลูกน้องของจงเจิ้งเซวียนรวบรวมส่งกลับมายังเมืองหลวง เป็นเรื่องราวพฤติกรรมต่าง ๆ ของหลี่เยว่หานในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เจียงหมิงตั้งใจเดินทางไปยังจางหนิงด้วยตนเอง เห็นองุ่นเลื้อยและเมลอนงามที่หลี่เยว่หานทิ้งไว้ อีกทั้งยังเห็นเกลือบริโภคที่ถูกกลั่นจนละเอียดยิ่งพร้อมเครื่องปรุงรสต่าง ๆ มากมายในลานบ้านที่หลี่เยว่หานเคยอาศัยอยู่ จนเจียงหมิงเริ่มสงสัยว่า แท้จริงแล้วหลี่เยว่หานจะเป็นคนที่ข้ามภพมาจากอนาคตหรือไ