ใจว่า “ยิ่งไปกว่านั้น แม่ทัพเมิ่งกับคนของเขาเดินทางทั้งกลางวันกลางคืน ย่อระยะทางสองเดือนให้เหลือเพียงครึ่งเดือน ระหว่างทางก็ทั้งปีนเขาข้ามเทือกและลุยน้ำข้ามแม่น้ำ ทั้งจิตใจและกำลังกายต่างถึงขีดสุด ในสภาวะเช่นนี้ ความคิดของคนก็ไม่คล่องแคล่วเหมือนแต่ก่อน ดังนั้นความเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจผิดพลาดจึงสูงมาก”
ได้ยินเช่นนี้ จงเจิ้งเซวียนก็หรี่ตามองเจียงหมิง อีกฝ่ายกลับมีสีหน้าเปิดเผยราวกับไม่ใส่ใจการพิจารณาของจงเจิ้งเซวียน
ครู่ต่อมา จงเจิ้งเซวียนเบือนสายตาไป กล่าวอย่างเกียจคร้าน “เมิ่งฉีฮ่วนบุคคลนี้อันตราย ต้องป้องกันไว้ให้ดี ส่งคำสั่งของข้า เมื่อถึงจุดเติมเสบียงถัดไปให้พักผ่อนสองวัน รอข่าวจากซานจี๋ส่งมาแล้วค่อยตัดสินใจเรื่องขั้นต่อไป”
ได้ยินเช่นนี้แล้ว แม้เจียงหมิงจะอยากกล่าวอะไรมากมายก็ได้แต่เก็บกลับไป ก้มหน้ารับคำสั่งแล้วจึงลุกขึ้นออกจากรถม้า นำคำสั่งของจงเจิ้งเซวียนไปส่งต่อ
เมื่อเจียงหมิงกลับมาในรถม้าอีกครั้ง จงเจิ้งเซวียนหลับตาพักผ่อนต่อแล้ว
มองดูชายคนนี้ที่มีใบหน้าดูกรุณาปรานีอยู่ตรงหน้า เจียงหมิงก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาไม่น้อย
ตั้งแต่เขามาถึงที่นี่ เขาก็รู้ว่าตัวเองจะต้องประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แน่นอน หลังจากผ่านอุปสรรคมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดเมื่อมาถึงราชธานี องค์รัชทายาทไม่อยู่ในเมืองหลวง องค์ชายที่สามยังยังเยาว์เกินไป ดังนั้นเขาจึงเลือกองค์ชายรองจงเจิ้งเซวียน
น่าเสียดายที่จ