บท่าเวินไห่จึงแทบไม่มีการสัญจรไปมากันเลย” เมิ่งฉีฮ่วนไม่รู้ว่าดึงแผนที่มาจากที่ใดแผ่ออก ชี้ไปที่เทือกเขาระหว่างท่าเวินไห่กับเมืองหนิงฉือแล้วกล่าวว่า “พรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือไม่มั่นคง ข่าวสารนี้ข้าพเจ้าได้รับตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่ยังไม่เคยมีรายงานสงครามที่ชัดเจนส่งมา”
“พรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือคือแคว้นเสวียนจิ้ง มักจะมีไมตรีกับแคว้นตงฮั่นของเรามาโดยตลอด และแคว้นเสวียนจิ้งมีกำลังชาติอ่อนแอ ไม่เคยมีความทะเยอทะยานมาก่อน พรมแดนก็สงบสุขมาโดยตลอด ตอนแรกข้าพเจ้ากับฝ่าบาทต่างไม่เชื่อว่าแคว้นเสวียนจิ้งจะยกทัพขึ้น”
“แต่ว่า” เมิ่งฉีฮ่วนเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างฉับพลัน “เมื่อปลายปีที่แล้ว องค์หญิงใหญ่ของแคว้นเหลี่ยหลานได้เสด็จไปอภิเษกที่แคว้นเสวียนจิ้ง สองหงวกที่ห่างกันด้วยแคว้นตงฮั่นได้เป็นเครือญาติกัน ธรรมดาที่จะต้องมีความเคลื่อนไหว แต่แรกข้าเองก็ยังไม่เชื่อว่าแคว้นเหลี่ยหลานกับแคว้นเสวียนจิ้งมีไมตรีคือจงเจิ้งเสียนเป็นผู้จัดการให้ แต่เห็นเช่นนี้แล้ว เป็นเขาแน่นอน”
พลางกล่าว เมิ่งฉีฮ่วนยื่นมือออกไป บนแผนที่วาดเส้น ๆ หนึ่งเชื่อมระหว่างตำแหน่งแคว้นเหลี่ยหลานกับตำแหน่งแคว้นเสวียนจิ้ง แล้วยิ้มออกมา “ไม่ผิดเลย ท่าเวินไห่อยู่ตรงกลางพอดี”
ท่าเวินไห่เป็นที่ติดต่อสัญจรสี่ทิศ มีการสร้างทางน้ำที่สมบูรณ์มาก พ่อค้าต่างหงวกจำนวนไม่น้อยเข้ามาในแคว้นตงฮั่นผ่านทางท่าเวินไห่
ตั้งแต่แรกที่เมิ่งฉีฮ่วนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวัน