ลาดใจ ทันทีนั้นจึงกล่าวว่า “จะกล้าให้พระชายาเสด็จมาเยี่ยมเยียนด้วยตนเองได้อย่างไร ควรจะเป็นข้าที่ไปเยี่ยมพระชายาต่างหาก พี่สาวคนนี้ ไม่ทราบว่าพระชายาว่างวันใด? ข้าจะได้ส่งบัตรเยี่ยมไปเฝ้าพระชายา”
“หานหรงฟูเหรินอย่าเกรงใจพระชายาเลย พระชายาจริงใจที่อยากสานสัมพันธ์กับท่านหญิงจริง ๆ” สาวใช้ใบหน้ากลมยังคงยิ้มแล้วกล่าวต่อ “พระชายาทายไว้แล้วว่าท่านหญิงจะพูดเช่นนี้ นางสั่งเอาไว้ว่า หากหานหรงฟูเหรินปฏิเสธ ก็ให้นัดพรุ่งนี้ที่หอฝานเทียนพระชายากล่าวว่า นางยังไม่เคยเที่ยวโรงรับรองเลย ได้ยินมานานแล้วว่าหานหรงฟูเหรินใช้หอฝานเทียนเป็นร้านอาหาร พระชายาก็อยากไปลิ้มรสอาหารของหอฝานเทียนยิ่งนัก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เยว่หานตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมพยักหน้า “งั้นขอให้พี่สาวช่วยบอกพระชายาว่า พรุ่งนี้ตอนเที่ยงวัน พวกข้าจะฟังเพลงที่ห้องหมายเลขหนึ่งเทียนจื่อของหอฝานเทียน”
“ข้าจะไปบอกพระชายาเดี๋ยวนี้เลย!” สาวใช้ใบหน้ากลมยิ้มพร้อมคุกเข่าแสดงความเคารพอีกครั้ง จึงค่อยหันกลับไปขึ้นรถม้า
หลี่เยว่หานยืนอยู่ที่เดิมตลอด จนกระทั่งรถม้าของหวังฝูจากไปแล้ว นางจึงค่อยขึ้นรถม้าของตนเอง โดยมีคังโหรวและหมิงจูคอยประคอง แล้วกลับไปยังจวนขุนพล
ยามนี้ฟ้ามืดแล้ว หลี่เยว่หานผู้แสดงท่าทีสง่างามมาตลอดครึ่งวันเต็ม ๆ นั้นเหนื่อยล้ามานานแล้ว เมื่อกลับถึงบริเวณสวนก็เดินตรงไปยังห้องพัก และพอเข้าถึงห้อง นางก็ปล่อยกายลงบนเตียงในทันที
เพราะเหต