เสียงคัดค้านของประชาชนพลุ่งพล่าน ที่ว่าการเมืองก็ถูกประชาชนบุกประท้วงหลายครั้งแล้ว
โชคดีที่ในช่วงสองวันนี้ฝ่าบาทได้ออกพระราชโองการ ให้เบิกเงินจากคลังหลวงมาชดเชยให้กับพ่อค้า ราคาสินค้าในเมืองหลวงจึงค่อย ๆ กลับมาคงที่
หลังจากพูดเรื่องราคาสินค้าจบ คังโหรวก็เริ่มพูดถึงความเป็นอยู่ของประชาชน
ผู้คนในเมืองหลวงจำนวนไม่น้อยมีที่ดินและไร่นาอยู่นอกเมือง เมื่อมีการปิดเมือง ที่ดินและไร่นาเหล่านั้นก็ไม่มีคนดูแล ข่าวสารจากภายนอกก็ไม่สามารถส่งเข้ามาได้ ทำให้เกิดความวุ่นวายอีกครั้ง
ราชสำนักจึงออกคำสั่งให้ลงทะเบียนครอบครัวที่มีที่ดินนอกเมือง โดยราชสำนักจะส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลกิจการในที่ดินเหล่านั้น
แม้จะเป็นเรื่องดี แต่กลับเผยให้เห็นขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวงจำนวนมาก ทำให้ราชสำนักต้องปรับปรุงการปกครอง
คังโหรวพูดตลอดทาง จนในที่สุดหมิงจูก็ทนไม่ไหว จึงพูดแทรกขึ้นมา “เจ้ากระหายน้ำหรือไม่?”
คังโหรวชะงัก เพิ่งรู้ตัวว่าตนพูดมากเกินไป รีบมองไปที่หลี่หลี่เยว่หานด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าหลี่หลี่เยว่หานไม่พูดอะไร จึงค่อย ๆ พูดเสียงเบา “บ่าวใจร้อนเกินไปเจ้าค่ะ…”
“ไม่เป็นไร” หลี่หลี่เยว่หานลืมตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ถือว่าช่วยคลายเบื่อก็แล้วกัน”
เมื่อมาถึงจวนตระกูลเฉิน หลี่หลี่เยว่หานถูกสตรีผู้อาวุโสในตระกูลที่ไม่เคยพบมาก่อนต้อนรับเข้าไป ในนั้นมีจี้ซินเยว่ที่หน้าบึ้งและไม่พูดจาอยู่ด้วย
“ท่านหญิงหลี่หลี่เยว่หาน