หลานจะปล่อยให้นางกลับไปเฉย ๆ
ทำให้คุณหนูหลานรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ได้แต่ฝืนทำใจดี คำนับลาแล้วพาสาวใช้จากไป
สิ่งที่นางไม่รู้คือ ฟางจื่อหลานรู้ดีถึงความรู้สึกที่นางมีต่อเมิ่งฉีฮ่วน แต่เมิ่งฉีฮ่วนได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่าจะไม่รับอนุภรรยาอีก อวี๋หลานจึงไม่มีโอกาสกับเมิ่งฉีฮ่วนเลย ฟางจื่อหลานรู้สึกสงสารเธอและอยากรักษาหน้าตาของเธอไว้ ดังนั้นจึงไม่ตำหนิอวี๋หลานต่อหน้าหลี่เยว่หานอย่างแน่นอน
น่าเสียดายที่อวี๋หลานคิดไม่ถึงจุดนี้ กลับถึงห้องก็ร้องไห้ออกมา รู้สึกน้อยใจยิ่งนัก
หลังอาหารค่ำ หลี่เยว่หานนั่งคุยกับฟางจื่อหลาน ในใจครุ่นคิดว่าจะเอ่ยปากกับฟางจื่อหลานและอวี๋เจ๋อฟางอย่างไรดี ด้วยเรื่องราชการสำคัญ นางเป็นเพียงสตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยวมากนัก แต่สถานการณ์บีบบังคับ หลี่เยว่หานจำต้องทำอะไรสักอย่าง
จวบจนค่ำคืน ฟางจื่อหลานถอนหายใจ ตบมือหลี่เยว่หานเบา ๆ กล่าวว่า “อันที่จริง ป้ารู้ว่าเจ้ามาวันนี้เพราะเรื่องอะไร ตั้งแต่เรื่องห้องลับใต้ดินที่หรูอี้เก๋อถูกเปิดโปงแล้ว ข้ากับลุงของเจ้าก็คิดว่าสักวันเจ้าต้องเอ่ยปากแน่”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานรู้สึกเก้อเขินและกังวล ไม่รู้จะพูดอะไรดี
“หลี่เยว่หานป้าเข้าใจความกังวลของเจ้า” ฟางจื่อหลานเห็นนางก้มหน้าแดง ๆ ก็รู้ว่านางกำลังลำบากใจ จึงปลอบว่า “ตระกูลอย่างจวนซิงกั๋วของพวกเรา ยิ่งใหญ่ย่อมเป็นเป้าสายตา หากพลาดเลือกข้างผิด ก็จะนำความหายนะมาสู่ทั้งตระกูล ดังนั้นไม่ว