บทที่ 379 แม้สำนึกเสียใจภายหลัง ก็ไร้ประโยชน์
ยามดึกสงัด ในที่สุดหลิ่วจื้อหย่วนก็หลับไปหลังจากสร้างความวุ่นวายมาทั้งวัน หลี่หรงหรงลุกขึ้นทั้งที่ยังสวมชุดเดิม ไปอาบน้ำที่เรือนข้าง แล้วจึงมานั่งอาบแสงจันทร์อยู่กลางลานเรือน
“ท่านหญิงรอง ยามค่ำคืนอากาศเย็น ท่านสวมเสื้อผ้าบางเพียงนี้อาจจะล้มป่วยได้ง่ายนะเจ้าคะ” สาวใช้ร่างเล็กที่คอยช่วยพูดแทนหลี่หรงหรงในตอนกลางวัน ยังคงปรนนิบัติหลี่หรงหรงอยู่ เมื่อเห็นนางสวมเสื้อผ้าบางบางนั่งอยู่ใต้แสงจันทร์ ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ จึงหยิบผ้าคลุมมาห่มให้หลี่หรงหรง
“หงหง เจ้าว่าทำไมชีวิตคนเราถึงไม่สามารถย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ได้” หลี่หรงหรงมองดูพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า ในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหม่นหมอง
“ท่านหญิง หงหงไม่ทราบว่าทำไมชีวิตคนเราถึงไม่สามารถย้อนกลับไปได้ แต่หงหงรู้ว่าชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล แม้ว่าท่านหญิงจะไม่ทำเพื่อตัวเอง แต่เพื่อคุณหนูเหนี่ยน ก็ต้องกัดฟันสู้ต่อไป” แม้ว่าหงหงจะเพิ่งมาอยู่ข้างกายหลี่หรงหรงหลังจากที่ตระกูลหลิ่วย้ายมาเมืองหลวงและหลี่หรงหรงได้เป็นท่านหญิงรองแต่นางก็เข้าใจความคิดของหลี่หรงหรงเป็นอย่างดี
“ท่านหญิง หงหงรู้ว่าท่านเสียใจ แต่ตอนนี้เราไม่มีทางให้ถอยกลับแล้วนะเจ้าคะ” หงหงกระซิบเสียงเบา
เมื่อได้ยินคำพูดของหงหง หลี่หรงหรงถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกว่าหัวตาเริ่มชื้น ก้มหน้าลงพึมพำเบา ๆ “ใช่ ไม่มีทางถอยหลังแล้ว หากตอนนั้นข้าฉลาดกว่านี้