ไม่ยอมให้ท่านแม่ยุให้ไปยั่วยวนหลิ่วจื้อหย่วนบางทีตอนนี้ข้าอาจจะได้แต่งงานแล้ว คงจะเป็นชายชาวนาผู้ซื่อสัตย์ภักดีคนหนึ่ง แม้ว่าจะต้องทำงานหนักทั้งวัน แต่ในใจเขาก็จะมีแค่ข้าคนเดียว”
“อาจจะมีบ้างที่ข้าบ่นว่าชีวิตไม่ร่ำรวย แต่ข้าคงมีความสุข เพราะไม่ต้องเหนื่อยใจกับการคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เรื่องสามีภรรยาก็เป็นไปตามความรู้สึก ไม่ต้องแกล้งทำ พวกเราจะเลี้ยงดูเหนี่ยนของข้าอย่างดี สอนให้นางเป็นหญิงสาวที่รู้กาลเทศะและมีมารยาท แล้วแต่งงานกับชายที่คู่ควรจะฝากชีวิตด้วย…”
พูดถึงตรงนี้ น้ำตาของหลี่หรงหรงก็หยดลงมาบนผ้าคลุมที่คลุมอยู่บนตัวเธอ ในแสงจันทร์ น้ำตากลายเป็นหย่อม ๆ อย่างพร่ามัว
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่หรงหรงหัวเราะ “ข้าช่างคิดดีเกินไป ถ้าข้าไม่ได้ผ่านเรื่องราวเหล่านี้มา แม้ว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างที่ข้าพูดเมื่อครู่จริง ๆ ข้าก็คงเต็มไปด้วยนิสัยแย่ ๆ คอยจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา และทำตัวเจ้าเล่ห์ตลอดเวลา การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาที่เกิดจากความรักก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ข้าคงรู้สึกว่าแค่โดนเขาแตะตัวก็เป็นเรื่องที่น่าอัปยศแล้ว”
“หงหง เจ้าว่าทำไมข้าถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้…”
พูดจบ หลี่หรงหรงไม่รอให้หงหงตอบ ก็กอดเข่าซบหน้าลงกับเข่า ใต้แสงจันทร์ ไหล่ที่ผอมบางของเธอก็สั่นเทา แสดงถึงความเศร้าโศกอย่างเงียบ ๆ
หงหงยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้ว่าจะปลอบใจหลี่หรงหรงอย่างไรดี
หลี่หรงหรงและหวังเหอฮวาถูกแบกเข้าจวนพร้อมก