ุมปาก ดูเหมือนจะพยายามแสดงรอยยิ้มที่มีไมตรี แต่รอยยิ้มนั้นดูน่าเวทนาเกินไป นางจึงไม่พูดอะไรเลย ลุกขึ้นล้างหน้าให้สะอาด แล้วค่อย ๆ ย่องเข้าห้องของลูกสาว
หากไม่ใช่เพราะต้องการมีลูกชายอีกคน หลี่หรงหรงคงไม่มีวันร่วมเตียงกับหลิ่วจื้อหย่วนอีกเด็ดขาด
หน้าที่ภรรยาของคืนนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว หลี่หรงหรงเพียงแค่ต้องการที่จะได้ความสงบสุขที่อยู่ข้างกายลูกสาวตัวน้อยของนาง…
วันรุ่งขึ้น ณ จวนขุนพล
ตระกูลเฉินส่งคนมาส่งบัตรเชิญ บอกว่าเรื่องของจี้ซินเยว่และท่านหญิงสกุลจี้ ทำให้ตระกูลเฉินรู้สึกเสียใจมาก จึงจัดงานเลี้ยงเพื่อขอขมาหลี่เยว่หาน หวังว่าหลี่เยว่หานจะให้เกียรติมาร่วมงาน
หมิงจูพึมพำข้าง ๆ “คนตระกูลเฉินนี่ช่างแปลกจริง ๆ สะใภ้บ้านพวกเขาล่วงเกินท่านหญิงของพวกเราไม่ใช่ครั้งสองครั้ง คราวนี้เรื่องใหญ่ขึ้นถึงได้นึกจะมาขอโทษท่านหญิงก่อนหน้านี้ไปอยู่ไหนมา! ท่านหญิงข้าว่าพวกเราไม่ต้องให้เกียรติตระกูลเฉินหรอกเจ้าค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะมองไปทางหมิงจูพร้อมยิ้มขำ แล้วกล่าวว่า “ตอนนี้เจ้ากลายเป็นสาวน้อยที่มีความคิดเป็นของตัวเองแล้วนะ”
“ก็เพราะตระกูลเฉินนั้นรังแกผู้อื่นมากเกินไป ตอนนี้พวกเขาถึงได้รู้จักความกลัวเสียที อยากจะขอร้องให้ยกโทษให้ ไม่มีทาง!” หมิงจูพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
แต่หลี่เยว่หานไม่ได้คิดเช่นนั้น
แม้ว่าตระกูลเฉินจะดูเหมือนมีแค่ท่านเฉินผู้เป็นขุนนางที่มีชื่อเสียงที่สุด