ง ๆ นะเจ้าคะ!”
“ใช่ครับท่านพ่อ!” ตอนนี้หลิ่วจื้อหย่วนได้สติแล้ว รีบช่วยท่านแม่พูด “ท่านแม่ตั้งใจจะให้ข้านำเครื่องประดับที่นางทำใหม่ไปให้หลี่เยว่หาน แต่ข้าเห็นว่าเครื่องประดับพวกนั้นเหมาะกับคนสูงวัย ไม่เหมาะกับหลี่เยว่หานที่เป็นสตรีอายุเพียงสิบกว่าปี ข้าถึงได้เลือกเครื่องประดับทองของท่านแม่ไปให้หลี่เยว่หาน อย่างน้อยก็เป็นทองคำนะขอรับ!”
หลิ่วฟูเหรินที่อยู่ข้าง ๆ ทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงเอ่ยประชดขึ้นมา “เมื่อไม่นานมานี้ ฟูเหรินรองไม่ได้รบเร้าให้ท่านพี่ซื้อลูกประคำหยกเนื้อแก้วน้ำงามเส้นหนึ่งให้หรอกหรือ ยังมีสร้อยไข่มุกอีกหลายเส้นที่เป็นเกรดดี ถึงเครื่องประดับจะไม่เหมาะกับเด็กเยว่หาน แต่ของพวกนี้ก็ยังพอมอบให้ได้ ยังดีกว่าทองคำที่ไม่บริสุทธิ์พวกนี้ อีกทั้งยังเป็นของใหม่ด้วย”
พูดจบ หลิ่วฟูเหรินก็หยิบต่างหูขึ้นมาดูแล้วทำหน้ารังเกียจ “หากข้าดูไม่ผิด นี่เป็นต่างหูที่ฟูเหรินรองยังใส่อยู่เมื่อเช้านี้ใช่หรือไม่ ช่างน่าขันสิ้นดี… หากพวกเจ้าไม่มีปัญญาให้ของกำนัล ก็มาบอกข้าหรือหรงหรงก็ได้ แม้ว่าตอนนี้บ้านเราจะไม่เหมือนตอนอยู่อำเภอหย่งอัน แต่ของดี ๆ ก็ยังมีอยู่ ไม่จำเป็นต้องเอาของแบบนี้ไปทำให้เด็กเยว่หานอับอายหรอก”
“สองวันมานี้ นางช่วยเหลือตระกูลหลิ่วของพวกเราไม่น้อย ถ้าไม่ใช่เพราะจื้อหย่วนไปดื่มสุราที่หอฝานเทียนแล้วปากไม่มีหูรูด ตระกูลเราก็คงไม่มีเรื่องวุ่นวายแบบนี้ พูดถึงที่สุดแล้ว เด็กเยว่หานกำลังช่