วยเหลือตระกูลหลิ่วของพวกเรา แต่พวกเจ้ากลับเอาของแบบนี้ไปรังแกนาง ช่างเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง”
“เฮ้อ… ที่แท้แล้วก็เป็นเพราะฟูเหรินรองไม่ชอบเด็กเยว่หานมาตั้งแต่แรก สามวันดีสี่วันไข้ก็จะพูดกับท่านพี่ให้ปรึกษากับท่านปู่เรื่องยกเลิกงานแต่งงานระหว่างจื้อหย่วนกับเด็กเยว่หาน ตอนนี้นางก็ไม่ได้เข้าตระกูลหลิ่วของพวกเราแล้ว และตระกูลหลิ่วของพวกเราก็ไม่ใช่ตระกูลใหญ่ในอำเภอหย่งอันอีกต่อไป ฟูเหรินรอง ทำไมเจ้าถึงไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสมเสียที?”
ปกติแล้วฟูเหรินรองตระกูลหลิ่วกับหลิ่วฟูเหรินมักมักจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่เสมอ เพียงแค่พูดจาไม่เข้าหูเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปิดฉากทะเลาะกันได้แล้ว ทว่าวันนี้กลับเป็นเรื่องน่าประหลาดที่นางยอมให้หลิ่วฟูเหรินสั่งสอนโดยไม่เอ่ยปากโต้ตอบแม้แต่คำเดียว ทำเพียงสะอึกสะอื้นร้องไห้ฟูมฟาย ดูน่าสงสารยิ่งนัก
หลิ่วจื้อหย่วนฟังคำสั่งสอนของหลิ่วฟูเหรินจนทนไม่ไหว ลุกพรวดขึ้นมาด้วยความโมโห กำลังจะทะเลาะกับหลิ่วฟูเหริน แต่บังเอิญว่าหลี่หรงหรงเดินเข้ามาพอดี ทำให้หลิ่วจื้อหย่วนพบเป้าหมายที่จะระบายอารมณ์ที่ดีกว่า
“หลี่หรงหรง เจ้ามาพูดสิ!” หลิ่วจื้อหย่วนก้าวไปข้างหน้าคว้าข้อมือของหลี่หรงหรงไว้ แล้วลากนางมาตรงหน้าหลิ่วฟูเหรินและหลิ่วเทียนเสียงที่หน้าตาบึ้งตึง ราวกับลากกระสอบ แล้วพูดว่า “ใช่เจ้าหรือไม่ที่วันนี้พูดอยู่หน้าห้องโถง ให้สาวใช้รีบมาแจ้งข้าให้หาทางรับมือ!”
หลี่หรง