้ว หลิ่วจื้อหย่วนก็พูดขึ้นทันทีว่า “พวกเรามีวาสนาต่อกันมาสิบกว่าปี แม้สุดท้ายจะไม่ได้ลงเอยด้วยกัน แต่ก็นับว่าเป็นเพื่อนเล่นวัยเด็กกัน น้องหญิงเยว่หาน หวังว่าท่านจะไม่จงเกลียดจงชังความเหลวไหลในอดีตของข้า”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เยว่หานยังไม่ทันตอบสนอง หมิงจูกลับเบิกตาโพลง “คุณชายหลิ่วโปรดระวังคำพูดด้วย ท่านหญิงของพวกเราเพียงแค่รู้จักท่านเท่านั้น ไม่มีวาสนาอะไรทั้งนั้น”
“เจ้าเป็นแค่สาวใช้ เหตุใดนายท่านพูดคุยกันจึงมีสิทธิ์สอดปาก!” หลิ่วจื้อหย่วนไม่กล้าเชิดหน้าต่อหน้าหลี่เยว่หานแต่เมื่อเผชิญหน้ากับหมิงจูสาวใช้คนนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะข่มขู่ “อยากโดนตบปากหรือไม่!”
หมิงจูไม่สนใจเขา วางของลงบนโต๊ะข้างหลี่เยว่หานแล้วคลี่ออก จากนั้นก็ยืนอยู่หลังหลี่เยว่หานเชิดหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
หลี่เยว่หานวางถ้วยชาลง เหลือบมองดูหลิ่วจื้อหย่วนที่กำลังฮึดฮัดอย่างเบา ๆ พูดเรียบ ๆ ว่า “สาวใช้ของข้า ไม่ใช่หน้าที่ท่านจะมาสั่งสอน”
“ขอรับ…ขอรับ…” หลิ่วจื้อหย่วนถูกหลี่เยว่หานมองจนใจเย็นวาบ รีบพยักหน้า กลั้นความโกรธเอาไว้ ขณะเดียวกันความเคียดแค้นหลี่เยว่หานก็เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
“ของกำนัลที่คุณชายหลิ่วมอบให้นี้…” หลี่เยว่หานหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อ ใช้ผ้าเช็ดหน้าหยิบต่างหูที่หลิ่วจื้อหย่วนนำมาขึ้นมาดูครู่หนึ่ง จากนั้นก็โยนกลับไป แล้วพูดว่า “ช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสียจริง…”
“ท่านหมายความว่าอย่