้วยน้ำชาบนโต๊ะทั้งหมดลงพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
เฉินเสวี่ยหนิงไม่ได้หยุดชะงักแต่อย่างใด นางพาสาวใช้เดินจากไป
เมื่อออกจากเรือน เฉินเสวี่ยหนิงสั่งสาวใช้ข้างกายเสียงเบาว่า “พี่ซิงเอ๋อร์ รบกวนเจ้านำเรื่องวันนี้ไปรายงานท่านลุงและผู้อาวุโสทุกท่านตามความเป็นจริง มิเช่นนั้นหากหญิงบ้าอย่างจี้ซินเยว่คลุ้มคลั่งขึ้นมา อาจทำให้สกุลเฉินทั้งสกุลต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้นามสิ่งรับคำสั่งแล้วจากไป เฉินเสวี่ยหนิงค่อย ๆ เดินไปยังเรือนของตน
เมื่อใกล้ถึง เฉินเสวี่ยหนิงก็หยุดฝีเท้าลงทันที จากนั้นก็เลี้ยวไปอีกทิศทางหนึ่ง
“คุณหนู คุณหนูไปที่นั่นไม่ได้นะเจ้าคะ!” สาวใช้อีกคนที่ติดตามเฉินเสวี่ยหนิงเห็นทิศทางที่นางจะไปก็ตกใจทันที “สถานที่เช่นนั้นสกปรกเกินไป คุณหนูอย่าลดตัวลงไปเลยนะเจ้าคะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เฉินเสวี่ยหนิงก็ถอนหายใจ แล้วอธิบายกับสาวใช้อย่างใจเย็น “อวี้เอ๋อร์ ครั้งนี้ที่แม่ลูกตระกูลจี้รังแกหานหรงฟูเหริน นางย่อมไม่มีทางยอมรามือเป็นแน่ หากข้าไม่รีบปล่อยตัวบรรดาชายบำเรอที่จี้ซินเยว่เลี้ยงดูไว้ในสวนฉีชุนออกไป เมื่อหานหรงฟูเหรินมาคิดบัญชีในภายหลัง นี่จะกลายเป็นความอัปยศของตระกูลเฉินพวกเรา!”
“แต่ว่า… แต่ว่าทุกคนต่างรู้เรื่องที่ท่านหญิงใหญ่เลี้ยงชายบำเรอไว้ในจวน ตลอดมาก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรนี่!” สาวใช้ที่ชื่ออวี้เอ๋อร์พูดอย่างงุนงง “อีกอย่างท่านหญิงใหญ่ก็ไม่ได้มาที่สวนฉีชุนมาหลายปีแล