หมิงจูตะโกนว่ามีคนลงมือทำร้ายผู้อื่นกลางถนน เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!”
หลิ่วฟูเหรินรีบสำรวจดูหลี่เยว่หานอย่างละเอียด หลี่เยว่หานได้สติกลับมา นางเก็บซ่อนความเย็นชาที่มีต่อท่านหญิงจี้แล้วปลอบหลิ่วฟูเหริน “ข้าไม่เป็นไร เฮ่อเจิ้งเทียนจับตัวท่านหญิงจี้ได้ในคราเดียว และมีผู้ไปรายงานต่อที่ว่าการแล้ว ข้าหาได้รับบาดเจ็บแม้เพียงปลายก้อย”
“ดีแล้ว ๆ!” หลิ่วฟูเหรินตบอกด้วยความโล่งใจ “แม่หญิงผู้นี้มาที่หน้าจวนของพวกเราแต่เช้าตรู่ ถือดาบมาเรียกร้องให้ท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าออกมาขอโทษนาง กล่าวหาว่าท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าลวนลามนาง พวกข้าพยายามอธิบายให้นางฟังอย่างละเอียดแล้ว และท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าก็จำไม่ได้ว่าเคยพบนางที่ไหน แต่นางไม่ยอมฟัง เรียกร้องให้พวกข้าขอโทษ!”
“หากเป็นที่อำเภอหย่งอัน พวกข้าคงไล่ตีนางไปนานแล้ว แต่ที่นี่คือเมืองหลวง อยู่ใต้พระบาทของฮ่องเต้ พวกข้าก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงเกินไป คิดว่าอาจเป็นหญิงบ้าที่มาจากที่ไหนสักแห่ง จึงปิดประตูใหญ่ปล่อยให้นางยืนอยู่หน้าประตู หลังจากเจ้ามาถึง และได้ยินบทสนทนาของพวกเจ้า พวกข้าถึงได้รู้ว่านางคือมารดาของท่านหญิงที่กล่าวหาท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าเมื่อวานว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง!”
พูดจบ หลิ่วฟูเหรินก็มองดูท่านหญิงจี้ที่ดูอเนจอนาถด้วยสายตาดูแคลน “แม่เป็นอย่างไรลูกก็เป็นอย่างนั้น เมื่อวานลูกสาวใส่ร้ายท่านผู้เฒ่าของบ้านเรา วันนี้แม่ก็ออกโรงมาทำตัวไร้ยางอายด้วยตัวเอง