ู่ครองที่เหมาะสมของเมิ่งฉีฮ่วน ไม่ใช่หลี่เยว่หาน หญิงบ้านนอกผู้นี้
ดังนั้นจี้ซินเยว่จึงคิดเอาเองว่า หลี่เยว่หานต้องรู้สึกด้อยกว่านางโดยธรรมชาติ แม้จี้ซินเยว่จะพ่ายแพ้ให้หลี่เยว่หานหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำลายความคิดเข้าข้างตัวเองของนาง
“หลี่เยว่หาน เจ้าไม่รู้จักอาย คิดว่าสตรีทั้งใต้หล้าต้องหมายปองสามีเจ้าหรือ?” จี้ซินเยว่โกรธจัดจนด่าออกมา “หรือว่าสตรีที่พูดว่าเจ้าไม่ดี เจ้าก็จะมองว่าพวกนางหมายปองสามีเจ้าทั้งหมด? หลี่เยว่หาน ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะไร้ยางอายถึงเพียงนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดหลังจากเจ้ามาถึงเมืองหลวง แม่ทัพเมิ่งถึงไม่มีอนุภรรยาสักคน!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลี่เยว่หานยิ้มอย่างอ่อนหวาน “ที่แท้เจ้าอยากเป็นอนุของจวนขุนพลหรือ! น่าเสียดายที่เจ้ามีตำแหน่งขุนนาง ชั่วชีวิตนี้ได้เป็นแค่เฉินฟูเหรินเท่านั้น ไม่พูดแล้ว พูดต่อไปเจ้าก็จะร้องไห้ฟ้องว่าข้ารังแกหญิงม่ายอีก หมิงจู เตรียมรถม้า ข้าจะไปที่ศาลสักหน่อย”
พอกล่าวจบ หลี่เยว่หานก็กวาดตามองบรรดาท่านหญิงที่ยืนอยู่หลังจี้ซินเยว่อย่างเย็นชา แล้วพูดกึ่งประชดประชัน “น่าสงสารเหล่าหญิงสาวในร้านหรูอี้เก๋อจริง ๆ ไม่เพียงถูกลักพาตัวไปอย่างไร้เดียงสา พอกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยก็ต้องมาตายเสียอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนที่อยู่เบื้องหลังร้านหรูอี้เก๋อโหดร้ายเกินไป หรือว่าพวกนางโชคร้ายกันแน่”
เมื่อหลี่เยว่หานพูดเช่นนี้ พวกท่านหญิงต่างก็แสดงสีหน้าอึดอ