ที่ใช้สร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่ล้วนมาจากการบริจาคของแต่ละครอบครัวที่จดทะเบียนไว้ที่ศาลประจำเมือง แล้วจะกลายเป็นว่าข้ากอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างไรกัน ตอนที่ข้าเสนอให้สร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่ ข้ายังบริจาคเงินที่เจ้าชดเชยให้ข้าทั้งหมด และยังบริจาคเพิ่มอีกหนึ่งแสนตำลึง หรือว่าเฉินฟูเหรินจะบอกว่าท่านผู้พิพากษาศาลประจำเมืองสมรู้ร่วมคิดกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ได้ ๆ การใส่ร้ายขุนนางราชสำนักเป็นความผิดตามกฎหมายตงฮั่น เฉินฟูเหรินต้องระวังคำพูดให้ดี” หลี่เยว่หานพูดจบก็หรี่ตายิ้มให้ทันที
อยู่ในเมืองหลวงมาก็ไม่น้อยแล้ว หลี่เยว่หานผ่านเรื่องน้อยใหญ่มามากมาย ตอนแรกอาจจะยังเกรงใจจี้ซินเยว่อยู่บ้าง แต่ตอนนี้นางมองจี้ซินเยว่เหมือนตัวตลกพยายามทำตัวเองรนหาที่ตายเพราะความรักไม่สมหวัง
“เจ้าพูดจาอะไรเหลวไหล!” จี้ซินเยว่ดูเหมือนจะเตรียมพร้อมมาแล้วว่าหลี่เยว่หานจะพูดถึงท่านผู้พิพากษา จึงรีบพูดอย่างดูแคลนว่า “ท่านผู้พิพากษาเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ ย่อมไม่ไร้ยางอายเหมือนเจ้าหรอก!”
“เฉินฟูเหรินโปรดระวังคำพูดด้วย ท่านหญิงของพวกเรามีฐานะสูงส่ง หากท่านด่าทอท่านหญิงของพวกเราเช่นนี้ เกรงว่าจะจบไม่ดี” เฮ่อเจิ้งเทียนที่เงียบมาตลอดเอ่ยเตือนเสียงเรียบ “เฉินฟูเหรินกล่าวหาว่าท่านหญิงของพวกเราโกง งั้นเชิญเฉินฟูเหรินแสดงหลักฐานมา”
เห็นจี้ซินเยว่จ้องมองเฮ่อเจิ้งเทียนอย่างเดือดดาล แล้วด่าว่า “เป็นแค่สุนัขเฝ้าประตู ย