ังกล้ามาเถียงข้า! อยากได้หลักฐานใช่ไหม มา! พาคนมาให้ข้า!”
พอเสียงของจี้ซินเยว่ขาดคำ หลิ่วเทียนเสียงถูกมัดตัวแล้วพาออกมาจากฝูงชนทันที ก่อนที่หลี่เยว่หานจะทันได้โต้ตอบ จี้ซินเยว่ก็เชิดหน้าพูดขึ้นก่อน “หานหรงฟูเหรินคงจะจำท่านหลิ่วผู้นี้ได้กระมัง เขาเป็นบิดาบุญธรรมของเจ้านี่”
“จี้ซินเยว่ เจ้าต้องการทำอะไรกันแน่!” หลี่เยว่หานสีหน้าเคร่งขรึม หลิ่วเทียนเสียงดูทรุดโทรม บนใบหน้ามีรอยช้ำ เห็นได้ชัดว่าถูกทำร้าย ถ้าตอนแรกหลี่เยว่หานคิดว่าจี้ซินเยว่แค่มาหาเรื่องนาง แต่พอเห็นหลิ่วเทียนเสียง หลี่เยว่หานก็โกรธจริง ๆ
“ข้าแค่พาท่านหลิ่วมาให้หานหรงฟูเหรินดูเท่านั้น หลังจากนี้เขาก็จะถูกส่งเข้าคุก” จี้ซินเยว่พูดพลางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “อ้อใช่ หานหรงฟูเหริน ช่วงนี้คงยุ่งอยู่กับการแสร้งทำตัวเป็นนักบุญ อาจจะยังไม่รู้ว่าคดีคุกใต้ดินของเหล่ยอี้ ท่านผู้พิพากษามีงานล้นมือ ตระกูลหลิ่วจึงอาสาช่วยศาลประจำเมืองจัดการบัญชีการสร้างหมู่บ้านผู้อพยพ ทั้งเมืองหลวงระดมทุนให้หมู่บ้านผู้อพยพได้กว่าสองล้านตำลึง แต่ตระกูลหลิ่วทำการทุจริต โกงเงินไปหนึ่งล้านตำลึง ท่านผู้พิพากษารับคดีนี้ไปแล้ว ข้าก็แค่หวังดี คิดว่าตระกูลหลิ่วเป็นญาติบุญธรรมของหานหรงฟูเหริน จึงตั้งใจพาท่านหลิ่วมาให้หานหรงฟูเหรินได้เห็นหน้า”
จี้ซินเยว่พูดจบก็โบกมือด้วยท่าทางภาคภูมิใจทันที “เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่หานหรงฟูเหรินได้ดูแล้ว ก็พาท่านหลิ่วไปส่งที่ศาลประ