านะผู้ครองบัลลังก์ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นย่อมเห็นได้ชัดว่าการที่เรื่องนี้ถูกเปิดโปง เมิ่งฉีฮ่วนมีส่วนสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่เมิ่งฉีฮ่วนไม่กล้ารับความดีความชอบ “ฝ่าบาท ตอนที่กระหม่อมออกแบบมงกุฎเจ็ดสมบัติ กระหม่อมไม่รู้เลยว่าใต้ร้านหรูอี้เก๋อมีวังลับ”
“ถ้าเจ้ารู้แล้วยังทำเช่นนั้น เจ้าก็คงเป็นสัตว์ร้ายไปแล้ว” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นกลอกตา จากนั้นหันไปมองจงเจิ้งอวี่ พลางกล่าวว่า “อวี่เอ๋อร์ เรื่องนี้เกี่ยวพันกว้างขวาง เจ้ามั่นใจหรือว่าจะจัดการได้ในคราวเดียว?”
“ทูลเสด็จพ่อ” จงเจิ้งอวี่ตอบ “หากเสด็จพ่อยอมมอบอำนาจให้ ลูกรับรองว่าจะจัดการได้”
“อำนาจทางทหาร?” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเลิกคิ้ว
“พ่ะย่ะค่ะ” จงเจิ้งอวี่ตอบอย่างจริงจัง “ท่านพี่รองมีกองกำลังส่วนตัวกว่าสองแสนนาย ลูกย่อมไม่คิดเปิดศึกสงครามบนแผ่นดินของตัวเอง แต่ตอนนี้ท่านพี่รองระแวดระวังมาก หากพวกเรามีความเคลื่อนไหวใด ๆ เขาอาจคิดกบฏก็ได้ ลูกขออำนาจทางทหารเพียงเพื่อข่มขู่ท่านพี่รอง ไม่ได้ต้องการทำสงครามกับเขา”
หลังจากได้ยินคำพูดนั้น ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจ้องมองจงเจิ้งอวี่อย่างลึกซึ้งเป็นเวลานาน ก่อนจะโบกมือช้า ๆ แล้วกล่าวว่า “ค่ายทหารชานเมืองมีทหารสามแสนนาย เมิ่งเหวินจั๋วเป็นแม่ทัพใหญ่ เจ้าจงไปจัดการร่วมกับเขาเถิด”
“แล้วชุยกุ้ยเฟยกับตระกูลชุยเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” จงเจิ้งอวี่ไม่กลัวตายจึงถามต่ออีก
“ประหารทันที!” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นแสดงสีหน้าเคร่งขรึม แววตาเต็มไปด้วยค