วามโหดเหี้ยมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
หลังจากพูดจบ ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นมองไปยังเมิ่งฉีฮ่วนที่ยืนเงียบมาตลอด แล้วพูดขึ้นทันทีว่า “เมิ่งเหวินจั๋ว เจ้ากับภรรยาจงไปจับตัวสตรีตระกูลชุยในวังหลังส่งไปยังกรมพระราชวงศ์เถิด”
เมิ่งฉีฮ่วนหัวเราะเยาะ “กระหม่อมขอปฏิเสธพ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าอย่าทำเช่นนี้ ตอนนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ทำเรื่องนี้ได้!” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นโกรธจนต้องตบโต๊ะ
“ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมก็ไม่ทำ” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงปฏิเสธ “เพราะภรรยาของกระหม่อมกำลังตั้งครรภ์ กระหม่อมไม่วางใจ!”
“ข้าจะส่งกองทหารองครักษ์ไปกับเจ้า!” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นแสดงสีหน้าเจ็บปวด
“ตกลงพ่ะย่ะค่ะ!” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า แล้วค้อมกายคำนับฮ่องเต้หลิงอวิ๋น “ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นถึงได้รู้ตัวว่าถูกเมิ่งฉีฮ่วนวางแผนเอาไว้ จึงโกรธจนตัวสั่น สุดท้ายได้แต่พูดอย่างจนปัญญาว่า “ไม่รู้ว่าไอ้เด็กบ้านี่เอาความคิดแบบนี้มาจากไหน!”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่ได้พูดอะไรมาก หลังจากรับตราประจำตัวกองทหารองครักษ์จากมือฮ่องเต้หลิงอวิ๋นแล้ว ก็มอบตราประจำตัวของค่ายทหารชานเมืองให้จงเจิ้งอวี่ จากนั้นจูงมือหลี่เยว่หานทูลลาฮ่องเต้ นำกองทหารองครักษ์บุกเข้าวังหลัง จับตัวชุยกุ้ยเฟยออกมาจากตำหนักกว่างหยาง
ชุยกุ้ยเฟยดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีคนมาจับตัวนาง เมื่อกองทหารองครักษ์เข้ามาในตำหนักกว่างหยาง นางได้ถอดอาภรณ์หรูหราและปิ่นปักผมออกแล้ว สวมใส่เพียงชุดธรรมดารออยู่ในตำหน