ของเมืองหลวงต่างก็รู้ว่าตระกูลหลิ่วมีความสัมพันธ์กับเจ้า ตอนนั้นร้านหรูอี้เก๋อได้ซื้อร้านเครื่องประดับในเมืองหลวงไปเกือบครึ่ง พวกเขาย่อมไม่ปล่อยร้านจือเป่าจายไว้ เพียงแค่จัดการเล็กน้อย ร้านหรูอี้เก๋อก็จะติดกับเอง”
“จัดการอย่างไร?” หลี่เยว่หานถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก่อนที่เจ้าจะให้หลิ่วเทียนเสียงปิดร้านทั้งหมด ข้าได้ส่งพ่อค้าชาวหูกลุ่มหนึ่งไปที่ร้านจือเป่าจาย นำมงกุฎเจ็ดสมบัติประดับหยกรูปหงส์ที่เล่าลือกันมาขายให้ร้านจือเป่าจาย มงกุฎเจ็ดสมบัติเป็นของล้ำค่าในโลก แม้ร้านหรูอี้เก๋อจะไม่คิดถึงตัวเอง แต่ก็คงอยากช่วยชุยกุ้ยเฟยให้ได้มงกุฎนี้มา” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางยื่นมือบีบแก้มของหลี่เยว่หาน “แล้วพวกเขาก็ติดกับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานถอนหายใจ “ความโลภทำให้คนเปลี่ยนไปจริง ๆ”
“ไปกันเถอะ เมื่อวานท่านป้าช่วยงานทั้งคืน แล้วยังยุ่งตั้งแต่เช้า คงเหนื่อยมาก” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางพยุงหลี่เยว่หานลุกขึ้นจากโต๊ะเครื่องแป้ง
สองสามีภรรยาและเวินเทียนเหล่ยออกจากเรือน มาถึงห้องรับรองที่เรือนหน้าซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวของหญิงสาวเหล่านั้น
ระหว่างทางหลี่เยว่หานถามเมิ่งฉีฮ่วนว่าจะจัดการกับหญิงสาวที่ไม่มีญาติมารับอย่างไรดี เมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าไม่รู้ ส่วนเวินเทียนเหล่ยก็เปลี่ยนจากท่าทีหยอกล้อปกติ มาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่ค่อยเห็น ไม่ได้พูดจาหยอกเย้าเหมือนเคย
ที่เรือนหน้า
“ท่านแม่ ท่านไปนอนพักสักครู่เถิด สีหน้าท