่านซีดเผือดไปหมดแล้ว” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวดังออกมาจากห้องพักเล็ก ๆ ที่เปิดประตูอยู่
หลี่เยว่หานชะงัก มองไปที่เมิ่งฉีฮ่วนแวบหนึ่ง “คุณหนูหลานก็มาด้วยหรือ?”
“อืม ท่านหญิงกั๋วกงไม่ได้กลับจวนทั้งคืน คุณหนูหลานมาถึงก่อนยามอู่และคอยช่วยดูแลหญิงสาวเหล่านั้น ยาที่ต้มเช้านี้ก็เป็นฝีมือของนางกับท่านหญิงกั๋วกง” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้าแล้วรีบเสริม “ข้าได้ยินมาจากหมิงจู”
เมื่อเวินเทียนเหล่ยที่ดูหม่นหมองตลอดทางได้ยินชื่อคุณหนูหลาน ก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ข้ารู้จักคุณหนูหลานผู้นี้ นางเป็นบุตรบุญธรรมของท่านหญิงกั๋วกง ได้ยินว่านางงดงามสง่า กิริยามารยาทเพียบพร้อมดั่งกุลสตรีตระกูลใหญ่”
“คุณหนูหลานไม่เพียงแต่งดงามสง่าเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้นางยังมาที่จวนเพื่อชวนข้าไปพักที่จวนกั๋วกงสักระยะ ข้าไม่ตกลง นางจึงเสนอจะพักอยู่ที่จวน เพราะช่วงนี้สถานการณ์ในเมืองหลวงไม่สงบ นางเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า อยากอยู่ปกป้องข้า แต่สุดท้ายข้าก็ปฏิเสธไป” หลี่เยว่หานพูดขึ้นมาลอย ๆ
ระหว่างที่พูดคุยกัน พวกเขาก็มาถึงหน้าห้องพักแล้ว
หลี่เยว่หานเห็นฟางจื่อหลานกำลังนั่งนวดขมับอยู่บนเก้าอี้ จึงแอบเอาน้ำพุจิตวิญญาณมาแตะที่นิ้วมือ แล้วเดินเข้าไปนวดศีรษะให้ฟางจื่อหลาน พลางพูดเสียงนุ่มนวล “ท่านป้า ท่านฟังพี่สาวเถิด ไปพักสักหน่อยนะเจ้าคะ”
“เยว่หาน เจ้ามาแล้วหรือ” ฟางจื่อหลานรู้สึกตัว จับมือหลี่เยว่หานไว้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่