ไม่มี แต่คงไม่นานแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนเตือนหลี่เยว่หานล่วงหน้า “ช่วงเช้านี้เจ้าหลับอยู่ จึงไม่รู้ว่าราชสำนักได้ยึดกิจการของตระกูลชุยไปหลายแห่ง อีกทั้งยังพบห้องลับที่เก็บทองคำ เงิน และอัญมณีถึงสามห้อง รวมกันแล้วมากกว่าคลังหลวงเสียอีก”
หลี่เยว่หานได้ยินดังนั้นก็แปลกใจ “มากขนาดนั้นเชียว? ไหนว่าทรัพย์สินของชุยกุ้ยเฟยล้วนรายงานต่อกรมคลัง บางส่วนยังให้กรมคลังช่วยดูแลด้วยไม่ใช่หรือ?”
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “เจ้าคงเข้าใจเรื่องบัญชีสองชั้น บัญชีที่รายงานกับบัญชีจริงย่อมต่างกัน อีกอย่าง ชุยกุ้ยเฟยเป็นเพียงหน้าฉากเท่านั้น แม้ตระกูลชุยจะไม่ได้เข้าราชสำนัก แต่รากเหง้าใหญ่โต ทำธุรกิจทุกแขนง หากครั้งนี้พวกเขาไม่คิดจะเล่นงานร้านจือเป่าจายของเจ้า เรื่องคงไม่แดงขึ้นมา”
ได้ยินถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็มองเมิ่งฉีฮ่วนในกระจกอย่างว่องไว “ที่พวกเขาเล็งร้านจือเป่าจาย เป็นการจงใจของท่านใช่หรือไม่?”
เมิ่งฉีฮ่วนสะอึกกับคำพูดนั้นเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างเก้อเขิน “ปิดบังอะไรเจ้าไม่ได้เลยจริง ๆ ข้าจงใจ แต่ข้าไม่รู้ว่าใต้ร้านหรูอี้เก๋อมีวังใต้ดิน และไม่รู้ว่าตระกูลชุยจะกล้าถึงเพียงนี้ มิเช่นนั้นข้าไม่มีทางดึงเรื่องนี้มาที่ร้านจือเป่าจายแน่”
“เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว” หลี่เยว่หานถอนหายใจ “ข้าแปลกใจมาตลอด ร้านจือเป่าจายทำธุรกิจแบบเรื่อย ๆ ในขณะที่ร้านหรูอี้เก๋อซึ่งทำธุรกิจเครื่องประดับเหมือนกันกลับเป็นร้านที่ค้าขายดีที่สุ