ม่ทันได้สวมรองเท้า
“ท่านหญิง!” หมิงจูที่เฝ้าอยู่หน้าประตูตกใจ รีบย่อตัวคำนับ
“เหตุใดถึงวิ่งออกมาโดยไม่สวมรองเท้า” เมิ่งฉีฮ่วนกำลังคุยกับคนอยู่ในห้องรับรอง เมื่อได้ยินเสียงของหมิงจูก็รีบเดินออกมา เห็นหลี่เยว่หานยืนอยู่หน้าประตูห้องด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิง จึงไม่พูดพร่ำทำเพลง ทิ้งเวินเทียนเหล่ยไว้ในห้องรับรอง แล้วรีบจูงมือหลี่เยว่หานกลับห้อง พลางปิดประตูห้องตามหลัง
หลี่เยว่หานนั่งอยู่ตรงขอบเตียง มองดูเมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังล้างเท้าให้ตน รู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ข้าตื่นขึ้นมาไม่เห็นท่าน นึกว่าท่านจากไปอีกแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เมิ่งฉีฮ่วนอดยิ้มไม่ได้ “ข้าจะไม่แอบจากไป หากจะไปก็ต้องให้เจ้าพยักหน้าก่อน”
“รักษาคำพูดนะ?”
“รักษาสิ รักษาแน่นอน!” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพลางวางเท้าของหลี่เยว่หานบนตักของตนเพื่อเช็ดให้แห้ง สวมถุงเท้าและรองเท้าให้ จากนั้นก็ล้างมือ แล้วเริ่มหวีผมและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หลี่เยว่หาน
เมื่อเห็นท่าทางคล่องแคล่วของเขา หลี่เยว่หานอดยิ้มกว้างไม่ได้ “แม้ว่าฝีมือหวีผมของท่านจะไม่เป็นเรื่อง แต่ท่าทางนุ่มนวลดีนี่!”
เมิ่งฉีฮ่วนพูดเรียบ ๆ “อย่างที่เจ้าว่า ฝีมือข้าไม่ได้เรื่อง แต่ชนะตรงที่เบามือ แม้แต่มู่ชวนยังสู้ข้าไม่ได้ ก็ก่อนจะได้แต่งกับเจ้า ข้าเป็นคนหวีผมให้หลิงซีเป็นส่วนใหญ่”
เมื่อพูดถึงพี่น้องทั้งสอง หลี่เยว่หานอดถอนหายใจไม่ได้ “ฝ่าบาทมีรับสั่งหรือไม่ว่าจะให้รับเด็กทั้งสองกลับเมื่อใด?”
“ยัง