ยบร้อยแล้ว เฮ่อเจิ้งเทียนอยู่ที่ค่ายทหาร หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินใด ๆ เขาก็รับมือได้” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางตบไหล่หลี่เยว่หานเบา ๆ ปลอบว่า “รีบนอนเถอะ พอตื่นขึ้นมาข้าจะพาเจ้าเข้าวัง”
“ก็ควรจะเข้าวังแล้ว” หลี่เยว่หานกัดฟัน “เรื่องที่พาหญิงสาวมากมายออกมาจากวังใต้ดินของร้านหรูอี้เก๋อคงจะแพร่เข้าไปในวังแล้ว ข้าสั่งให้คนในเมืองหลวงเผยแพร่ข่าวนี้อย่างกว้างขวาง กลัวว่าจะมีคนไม่รู้เรื่อง”
เมื่อเห็นท่าทางเกลียดชังความชั่วร้ายของนาง มุมปากของเมิ่งฉีฮ่วนก็ยกยิ้ม กล่าวว่า “คนที่ควรรู้ก็รู้กันหมดแล้ว ตอนนี้ก็รอให้วีรบุรุษอย่างเจ้าไปปราบมังกรร้ายเท่านั้น!”
แต่ก่อนตอนอยู่ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น เวลาหลี่เยว่หานกล่อมหลิงซีนอน มักจะเล่านิทานเรื่องวีรบุรุษปราบมังกรร้ายช่วยเจ้าหญิงให้ฟัง เมิ่งฉีฮ่วนก็มักจะได้ยินบ่อย ๆ บัดนี้เมื่อหลี่เยว่หานได้ยินคำพูดเช่นนี้จากปากของเมิ่งฉีฮ่วน จึงอดไม่ได้ที่จะหุบยิ้มพลางถามว่า “ในสายตาท่าน ข้าเป็นวีรบุรุษหรือ?”
“ใช่” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “แต่ข้าหวังมากกว่าว่าเจ้าจะเป็นเจ้าหญิงที่ไม่ถูกมังกรร้ายจับตัวไป เพื่อเจ้า ข้าพร้อมจะปราบมังกรร้ายทั้งหมดในใต้หล้า”
หลี่เยว่หานหลับไปในที่สุด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ข้างกายหรือไม่ นางจึงหลับสนิทมาก เมื่อตื่นขึ้นมาก็ผ่านยามอู่ไปแล้ว ข้างกายไม่มีเงาของเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานรู้สึกใจหาย พลิกตัวลงจากเตียง แล้วเปิดประตูห้องนอนออกไปโดยไ