ลี่เยว่หานจึงถือโอกาสหยิบน้ำพุหนึ่งหยดจากพื้นที่หลิงฉวนมาหยดที่ริมฝีปากของกัวหรูหาน กัวหรูหานจึงค่อย ๆ หยุดร้องไห้
หลังจากหลี่เยว่หานจัดการให้คนพากัวหรูหานไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว หมิงจูก็พานางมาที่ห้องโถงใหญ่ หลี่เยว่หานจึงได้เห็นชัดว่าเด็กหญิงอายุแปดขวบผู้นี้หน้าตาน่ารักเพียงใด
“ท่านป้า” กัวหรูหานเพิ่งเข้ามาก็โค้งคำนับแบบชนชั้นสูงให้ฟางจื่อหลาน จากนั้นก็หันไปคำนับขอบคุณหลี่เยว่หาน “คงเป็นฮั่นหรงฟูเหริน ขอบคุณฮั่นหรงฟูเหรินที่ช่วยชีวิตข้า!”
“ไม่เป็นไร เจ้ากินอะไรหน่อยเถอะ” หลี่เยว่หานถอนหายใจ เด็กหญิงผู้นี้คงหนีไม่พ้นโชคร้าย…
“ไม่เจ้าค่ะ” กัวหรูหานส่ายหน้า “ตอนนี้ข้าเป็นคนไม่บริสุทธิ์แล้ว ข้าเพียงอยากบอกเรื่องที่ข้ารู้ให้ท่านหญิงทั้งสองฟัง หวังว่าท่านหญิงจะแก้แค้นให้พวกเราที่ถูกจับตัวมาอย่างไม่เป็นธรรม”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟางจื่อหลานก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบขาดใจ รีบดึงกัวหรูหานมา พลางเช็ดน้ำตาพูดว่า “เจ้ายังเด็กนัก จะว่าไม่บริสุทธิ์ได้อย่างไร ฟังคำท่านป้ากับพี่สาวเถอะ กินอะไรดี ๆ หน่อย มีชีวิตอยู่ถึงจะมีความหวัง!”
กัวหรูหานกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ดูสงบนิ่งอย่างมาก นางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ฟางจื่อหลาน พูดเสียงเรียบว่า “ท่านป้า ข้าเป็นเด็กคนสุดท้ายที่ถูกพวกเขาจับเข้าไปในวังใต้ดิน แม้จะถูกบังคับให้กินยาพวกนั้นมาสองเดือน แต่เพราะร่างกายข้าไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก ยาพวกนั้นจึงส่งผลกับข้าไม่