มากนัก แต่ข้ารู้ดีว่าร่างกายข้าถึงขีดจำกัดแล้ว หากไม่รีบเล่าเรื่องที่รู้ออกมา ข้าคงต้องเอาความลับนี้ติดตัวลงโลง”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังจะพูดปลอบใจอะไรสักอย่าง หมิงจูก็ก้มตัวลงกระซิบข้างหูหลี่เยว่หานว่า “ท่านหญิง เมื่อครู่ตอนที่บ่าวรับใช้คุณหนูกัวอาบน้ำ นางอาเจียนเป็นเลือดหลายครั้ง ทั้งตัวมีแต่บาดแผล ส่วนด้านล่างยิ่งน่ากลัว บ่าวได้แอบจับชีพจรคุณหนูกัว เป็นดังที่นางว่าจริง นางเหลือเวลาไม่มากแล้ว”
“สามเดือนก่อน” กัวหรูหานจับมือฟางจื่อหลาน ใบหน้าเล็ก ๆ เย็นชา เล่าอย่างช้า ๆ ว่า “ข้าตามพี่สาวไปสั่งทำเครื่องประดับที่ร้านหรูอี้เก๋อ หลังจากเลือกลวดลายและนัดเวลารับของกับช่างทำเครื่องประดับแล้วก็กลับบ้าน ระหว่างทางรถม้าเสียโดยไม่ทราบสาเหตุ ข้ากับพี่สาวจึงเดินกลับบ้านพร้อมกับสาวใช้”
“ตอนนี้นึกย้อนกลับไป การที่รถม้าเสียครั้งนั้นช่างแปลกประหลาด เพราะรถม้าของจวนพวกข้าทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก คนดูแลรถม้าจะตรวจสอบก่อนเสมอ แต่ครั้งนั้นกลับเสียอย่างไร้เหตุผล”
“สองเดือนก่อน ร้านหรูอี้เก๋อส่งคนมาแจ้งว่าเครื่องประดับที่ข้ากับพี่สาวสั่งทำเสร็จแล้ว แต่เดิมพี่สาวตั้งใจจะไปรับพร้อมข้า แต่วันนั้นคู่หมั้นของพี่สาวมาเยี่ยมท่านพ่อท่านแม่พอดี พี่สาวจึงอยู่บ้าน มีแค่ข้าคนเดียวที่ไป”
“พอเข้าประตูใหญ่ร้านหรูอี้เก๋อ ข้าก็ได้กลิ่นหอมประหลาด พอรู้สึกตัวอีกที ก็อยู่ในวังใต้ดินแล้ว”