ุกเข่าลงข้างหลี่เยว่หานทันที แล้วรีบแก้ตัวว่า “ท่านหญิงโปรดพิจารณา! แม้ข้าน้อยจะรู้ว่าท่านจีและท่านหญิงสนิทสนมกัน แต่ข้าน้อยรู้ดีว่าท่านหญิงสนิทสนมกับท่านจีก็เพียงเพื่อทำความเข้าใจขนบธรรมเนียมในเมืองหลวงเท่านั้น เรื่องนี้ข้าน้อยไม่เคยนำไปพูดที่ใดเลยเจ้าค่ะ”
หลี่เยว่หานอึ้งไป ทั้งขำทั้งเศร้า “ข้าหมายถึงให้เจ้าไปรินน้ำชาให้ท่านจีต่างหากเล่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หมิงจูถึงรู้ว่าตนเองตื่นตระหนกเกินไป จึงลุกขึ้นจากพื้น แล้วรินน้ำชาให้จีหยางอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็ถอยไปยืนด้านข้าง
“หลายวันไม่ได้พบ ท่านหญิงสบายดีหรือไม่” จีหยางเป็นคนฉลาด เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมรู้จักปรับตัว
“ก็ดีอยู่” หลี่เยว่หานยิ้ม “เพียงแต่นานแล้วที่ไม่ได้ฟังท่านจีเล่าเรื่องซุบซิบ ในใจคิดถึงยิ่งนัก”
จีหยางยิ้ม “ช่วงก่อนหน้านี้ท่านหญิงเพิ่งรับญาติกับจวนซิงกั๋วกงย่อมมีเรื่องให้ยุ่งมากมาย แต่ข้าก็คอยสังเกตเรื่องราวต่าง ๆ ในเมืองหลวงให้ท่านหญิงอย่างละเอียด พร้อมจะเล่าให้ท่านหญิงฟังเพื่อคลายเบื่อได้ทุกเมื่อ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วถามตรง ๆ ว่า “คราวก่อนท่านเล่าว่าคนในจวนของจี้ซินเยว่ตีชายบำเรอตายจนเรื่องใหญ่โต สุดท้ายจบลงอย่างไร?”
“ได้ยินว่าจ่ายเงินก้อนใหญ่ส่งครอบครัวนั้นไปอยู่ต่างถิ่น แต่ชายบำเรอที่ถูกตีตายนั้นอายุก็ไม่มาก แรก ๆ บอกว่าเป็นบุตรชายคนเดียว แต่พอคนตระกูลเฉินสืบดูก็พบว่าที่บ้