พิ่ม
เมื่อจบหนึ่งเพลงก็ต่ออีกเพลง พวกเขานั่งฟังกันอยู่นานถึงครึ่งชั่วยาม จนสาวงามทั้งสองเริ่มเสียงแห้ง หลี่เยว่หานจึงสั่งให้หยุดและให้พวกนางกลับไปพักผ่อน จากนั้น นางก็สั่งอาหารชุดใหญ่ขึ้นโต๊ะ พลางเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจเจิ้งอวี่ที่นั่งอยู่
เจิ้งอวี่เองก็ไม่ได้เอ่ยทักอะไร ทำเพียงนั่งมองหลี่เยว่หานที่กำลังกินอย่างสงบ
บรรยากาศที่เงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก
เมื่อเวลาล่วงเลยจนถึงช่วงสาย หลี่เยว่หานที่มาถึงหอฝานเทียนก็ได้ฟังเพลงอยู่นาน จนถึงเวลามื้อกลางวัน นางที่กำลังกินอาหารในช่วงตั้งครรภ์จึงไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องหิว
ในขณะที่หลี่เยว่หานเริ่มรับประทานอาหาร เจิ้งอวี่ที่นั่งอยู่ด้วยสีหน้าสง่างามกลับเผยให้เห็นความอึดอัดเล็กน้อย
“ฮั่นหรงฟูเหรินไม่สงสัยหรือว่าข้ามาพบท่านทำไม?” หลังจากอดทนอยู่นาน เจิ้งอวี่ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
หลี่เยว่หานมองเขาแวบหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ “ในเมื่อท่านสามารถกะเวลาออกจากจวนของข้าและมาก่อนเพื่อยึดห้องนี้ ข้าย่อมรู้ว่าท่านมีธุระ จึงไม่จำเป็นต้องสงสัยอะไร”
“ฮั่นหรงฟูเหรินช่างเฉลียวฉลาดยิ่งนัก” คำตอบของหลี่เยว่หานทำให้เจิ้งอวี่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเอ่ยชมออกมาอย่างติดขัด
แต่หลี่เยว่หานไม่ได้สนใจคำพูดนั้น หมิงจูยังคงตักอาหารให้นางอย่างบรรจง ส่วนนางก็กินอาหารของตนโดยไม่ได้พูดคุยกับเจิ้งอวี่อีก
เจิ้งอวี่กระแอมเบา ๆ ก่อนพูดขึ