้นอีกครั้ง “ไม่อาจปิดบังได้ ข้ามาหาท่านก็เพื่อขอความช่วยเหลือ”
หลี่เยว่หานเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย “การที่ถึงกับทำให้รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ต้องกล่าวคำว่า ‘ขอความช่วยเหลือ’ กับหญิงสาวต่ำต้อยเช่นหม่อมฉันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ไม่ทราบว่าหม่อมฉันจะช่วยสิ่งใดได้บ้างเพคะ”
คำพูดตรงไปตรงมาและการเรียกเขาว่า ‘รัชทายาท’ ทำให้เจิ้งอวี่หรือแท้จริงคือองค์ชายรัชทายาทแห่งตงฮั่นรู้สึกตกใจ
“เจ้า…รู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นใคร?” เจิ้งอวี่ถามด้วยความประหลาดใจ
หลี่เยว่หานเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะยิ้มจาง ๆ “ข้อมูลที่ท่านให้มามากเกินไป จะไม่ให้หม่อมฉันรู้ได้อย่างไร ทั้งการเรียกว่าซานแหยและนามเจิ้งอวี่ พอรวมกันแล้ว ก็คือรัชทายาทซานเต๋อแห่งตงฮั่นนั่นเอง”
นางพูดพลางยกมือทำความเคารพด้วยท่าทางที่ดูประหลาดใจและไม่เหมาะสม “การเรียกชื่อรัชทายาทโดยตรงถือเป็นการไม่เคารพ หวังว่าท่านจะให้อภัยหม่อมฉันด้วยเพคะ”
เจิ้งอวี่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะออกมา “จริงด้วย หญิงที่แม่ทัพอาชาทมิฬเลือก ย่อมไม่ธรรมดา เช่นนั้นข้าจะพูดตรง ๆ ถึงเหตุผลที่มาหาท่าน”
เมื่อเห็นเจิ้งอวี่เริ่มจริงจัง หลี่เยว่หานจึงพยักหน้า นางวางตะเกียบลงและรับผ้าเช็ดปากจากหมิงจูมาเช็ดปาก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเจิ้งอวี่ด้วยท่าทางเคร่งขรึม
“โปรดสั่งการมาเถิดเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จงเจิ้งอวี่หัวเราะเบา ๆ “ไม่ถึงกับเป็นคำสั่งอะไรหรอก เพียงแต่ได้ยินว่า