นมาตรการป้องกัน จวนหลิ่วกลับดูหละหลวมลงไปมาก
พักนี้หลิ่วจื้อหย่วนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เอาแต่ไปฟังดนตรีที่หอฝานเทียน บางคืนยังนอนค้างที่นั่นจนไม่กลับบ้าน
เมื่อหลิ่วเทียนเสียงและภรรยาได้รับข้อความจากหลี่เยว่หานที่ส่งคนมาบอก พวกเขาก็ยิ่งสับสน
หลี่เยว่หานปิดร้านค้าทั้งหมดแล้วยังส่งเงินมามากมาย พร้อมกำชับไม่ให้ออกจากบ้านในช่วงนี้
หรือว่าศัตรูกำลังบุกโจมตีเมืองหลวง?
แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
“ท่านคิดว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร?” หลิ่วฟูเหรินเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่แฝงความกังวล “เยว่หานไม่มีทางหลอกเรา แต่เราเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังไม่รู้อะไรเลย การหลบอยู่ในจวนเช่นนี้จะปลอดภัยจริงหรือ?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หลิ่วเทียนเสียงเองก็ดูงุนงงไม่ต่างกัน “แต่ที่แน่ ๆ คือการค้าช่วงนี้ดีเกินไปจนผิดปกติ ราวกับทุกคนกำลังเร่งกักตุนสิ่งของ ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นการเตรียมตัวสำหรับฤดูหนาว แต่ยังเหลือเวลาอีกตั้งเดือนกว่าจะเข้าฤดูหนาว การเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ก็ดูจะเร็วเกินไปหน่อย แม้ว่ากิจการของเราที่อำเภอหย่งอันจะไม่เล็ก แต่เมื่อข้ามาดูร้านของเยว่หาน เงินที่หมุนเวียนเข้าออกแต่ละวันก็สูงถึงห้าหกพันตำลึงอยู่แล้ว ช่วงนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนข้าเองก็ตกใจ”
เมื่อได้ฟัง หลิ่วฟูเหรินก็นิ่งคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจตามคำของหลี่เยว่หาน “อย่างไรเยว่หานก็ไม่มีทางทำร้ายเรา นางยังส่งเงินมาให้ด้วย เงินนี้เพียงพอให้เราดำรงช