ีพในจวนได้สักหนึ่งหรือสองเดือน”
“นั่นก็ต่อเมื่อเจ้าหลิ่วจื้อหย่วนตัวแสบไม่เอาเงินไปดื่มกินกับหญิงคณิกา!” หลิ่วเทียนเสียงถอนหายใจเมื่อพูดถึงลูกชาย “ข้าไม่น่าเลี้ยงลูกออกมาเป็นคนเสเพลเช่นนี้เลย!”
“ท่านพี่” หลิ่วฟูเหรินปลอบใจ “จื้อหย่วนยังเด็ก ยังไม่รู้จักความลำบากของการดูแลบ้านเรือน รอให้เรื่องนี้ผ่านไป คราวหน้าเวลาเราไปที่ร้านของเยว่หาน ทำไมไม่พาจื้อหย่วนไปด้วยล่ะเจ้าคะ?”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” หลิ่วเทียนเสียงตอบรับด้วยความเห็นพ้อง
อีกด้านหนึ่ง ภายในจวนหลิ่ว หลี่หรงหรงกำลังนั่งจิบชาอย่างสงบ ในขณะที่หวังเหอฮวาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับมีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
“หรงหรง เจ้าชวนข้ามาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่?” หวังเหอฮวาถามคำถามเดิมซ้ำไปมา แต่หลี่หรงหรงกลับทำเหมือนนางไม่ได้ยิน เพียงแค่จิบชาเงียบ ๆ
คราวนี้หลี่หรงหรงเงยหน้าขึ้นมองและวางถ้วยชาลงช้า ๆ ก่อนจะผุดยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยอย่างใจเย็น “ข้าเรียกเจ้ามาเพื่อขอบคุณ”
“ขอบคุณข้าหรือ?” หวังเหอฮวาดูงุนงง “ขอบคุณข้าเรื่องอะไร?”
“ขอบคุณที่เจ้าส่งคนไปเยี่ยมพ่อแม่ของข้าที่อำเภอฮัวซี” หลี่หรงหรงยิ้มหวาน แต่คำพูดนั้นทำให้หวังเหอฮวารู้สึกเหมือนเหงื่อเย็นไหลซึมลงแผ่นหลัง
“หรงหรง เจ้า ฟังข้าอธิบายก่อน!” หวังเหอฮวาลูบหน้าผากที่ไร้เหงื่อของตนเอง นางอยากจะอธิบาย แต่เมื่อเห็นสายตายิ้มแย้มของหลี่หรงหรง ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลี่