มให้นาง พร้อมกล่าวเบา ๆ ว่า “ฮูหยินเจ้าคะ ลมแรงอากาศเย็นลงแล้ว เราไปที่ห้องโถงดอกไม้หรือห้องอุ่นกันดีไหมเจ้าคะ?”
“ก็ดี” หลี่เยว่หานพยักหน้า ลุกขึ้นเดินเข้าสู่ห้องอุ่น แต่ทันใดนั้นความง่วงเหงาก็จู่โจมเข้ามา นางจึงสั่งให้หมิงจูปิดประตูให้ดี แล้วเอนกายนอนลงบนแท่นอ่อนนุ่มในห้องอุ่น
หลี่เยว่หานลูบท้องที่นูนออกมาของตนเองเบา ๆ พลางทอดถอนใจ
นางไม่เคยคิดเลยว่าจะตั้งครรภ์ในที่ที่ไม่มีแม้แต่การตรวจครรภ์อย่างเหมาะสมเช่นนี้
ไม่รู้เลยว่าทารกในครรภ์จะแข็งแรงหรือไม่ ช่วงนี้นางกลับรู้สึกได้ว่าพวกเขาดิ้นไม่หยุด น่าจะบ่งบอกได้ว่าพวกเขาแข็งแรงดี
คิดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็เผลอหลับไป
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ฟ้าก็มืดลงแล้ว
นางเรียกหมิงจูเข้ามา และได้รู้จากหมิงจูว่าเวินเทียนเหล่ยมาเยี่ยมในไม่กี่อึดใจหลังจากนางเอนหลับ ตอนนี้เขาอยู่ที่ห้องโถงดอกไม้ สั่งการให้ห้องครัวทำอาหารมากมาย และกำลังทานอย่างรื่นเริง
ได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานได้แต่ถอนหายใจ “แล้วทำไมไม่ปลุกข้าขึ้นมา?”
“คุณชายเวินบอกว่า ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ ร่างกายต้องการการพักผ่อนที่มากกว่าปกติ เขาไม่ได้มีธุระด่วนอะไร จึงรอในห้องโถงดอกไม้ แต่รอไปสักพัก…พอหิวเข้า…ก็เลยให้ห้องครัวทำอาหารเจ้าค่ะ”
“แล้วเขาสั่งอาหารทีเดียวตั้งสิบสองอย่างเชียวหรือ?” หลี่เยว่หานนวดหว่างคิ้ว รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที “ทำไมไม่เชิญพ่อครัวจากหอฝานเทียนมาเสียเลยล่ะ?”
หมิงจูตอบทันทีว่า