้ แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องวัยสาว ก่อนหน้านี้เจ้าผ่านการขัดเกลามานานเป็นปี เช่นนั้นก็มั่นคงขึ้นมากแล้ว หากไม่เช่นนั้น พี่สาวของเจ้าคงไม่ปล่อยให้เจ้าเข้ามาโดยไม่ไล่เจ้ากลับออกไปตั้งแต่แรก”
คำพูดของหลิ่วฟูเหรินทำให้หลี่หรงหรงตกใจอีกครั้ง “ท่านแม่ทราบได้อย่างไร…”
“เจ้าไม่ได้ปกปิดคนอื่น แล้วข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร” หลิ่วฟูเหรินกล่าวเรียบ ๆ “หากวันนั้นพี่สาวเจ้าให้คนไล่ตีกระทั่งเจ้าออกจากบ้าน ข้าก็จะดึงหวังเหอฮวาออกจากตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ แต่จะไม่ยอมยกเจ้าขึ้นตำแหน่งแทนแน่นอน ดังนั้น เจ้าต้องจำไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามีในตอนนี้ล้วนมาจากพี่สาวเจ้า”
“หากวันใดเจ้ายังไม่รู้จักเจียมตัว คิดทำให้พี่สาวเจ้ารู้สึกไม่พอใจ เจ้าก็จะไม่มีทางพบจุดจบที่ดี จำไว้ให้ดี” หลิ่วฟูเหรินเอ่ยพลางจ้องมองหลี่หรงหรงด้วยสายตาคมดุดัน
หลี่หรงหรงที่เข้ามาเป็นสะใภ้ในตระกูลหลิ่ว แม้จะเห็นหลิ่วฟูเหรินเป็นผู้สูงศักดิ์เสมอ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกมองด้วยสายตาเช่นนี้ ทำเอานางถึงกับตกใจกลัว
“ท่านแม่วางใจเถิดเจ้าค่ะ ตอนนี้ข้าเป็นสะใภ้ของตระกูลหลิ่วแล้ว ทุกการกระทำจะต้องคิดถึงตระกูลหลิ่วเสมอ ต่อไปข้าจะตั้งใจเรียนรู้การดูแลเรือนจากท่านแม่ และจะรักษาความสัมพันธ์กับพี่สาวให้ดี อย่างน้อยที่สุด…อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้พี่สาวไม่รู้สึกรังเกียจข้า” หลี่หรงหรงรีบก้มหน้าลงแสดงความเคารพอย่างถึงที่สุด
เมื่อเห็นว่าหลี่หรงหรงรู้จักเข้าใจสถานการณ