์ หลิ่วฟูเหรินจึงพยักหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่อง “เจ้ารู้ไหมว่าเหตุใดพี่สาวเจ้าถึงเดินทางจากตะวันตกเฉียงเหนือมายังเมืองหลวง?”
“ข้าไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้าอยู่แต่ในเรือน ไม่รู้ความเป็นไปในโลกเลยสินะ” หลิ่วฟูเหรินเลิกคิ้วมองหลี่หรงหรง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้โกหก นางจึงพูดต่อ “พี่สาวเจ้าแต่งกับชายผู้ที่ปัจจุบันนี้คือขุนพลทหารม้า เจ้าอาจพอรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว นางได้รับการแต่งตั้งเป็นหานหรงฟูเหรินขั้นหนึ่ง แต่ไม่ใช่เพราะอำนาจของสามี ทว่าด้วยเหตุผลที่ว่านางมีพระคุณต่อราชวงศ์ ข้าได้ยินมาว่า เด็กชายหญิงสองคนที่อยู่เคียงข้างนางในอดีต ที่แท้เป็นหลานของฮ่องเต้”
หลี่หรงหรงตั้งใจฟังคำของหลิ่วฟูเหรินอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อได้ยินเรื่องนี้ นางถึงกับหน้าซีดด้วยความตกใจ “มู่ชวน…กับหลิงซี? เป็นหลานของฮ่องเต้หรือเจ้าคะ?”
“เป็นบุตรชายหญิงขององค์รัชทายาทองค์ก่อน” หลิ่วฟูเหรินอธิบาย “ถึงแม้ราชวงศ์จะไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เรื่องนี้ก็กระจายออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ได้ยินว่าช่วงต้นปีนางพักอยู่ที่หมู่บ้านหย่งอันในอำเภอฮัวซี ใช้ชื่อแฝงว่าหานเยว่ และอ้างว่าเป็นม่าย เจ้าคงเคยได้ยินมาแล้ว”
“ข้าเคยได้ยินมาเล็กน้อย” หลี่หรงหรงพยายามข่มความตื่นตะลึง “ตอนนั้นยังสงสัยว่าทำไมพี่สาวต้องแกล้งตายหนีจากหมู่บ้านไป๋อวิ๋น คงเป็นเพราะต้องการปกป้องเด็กสองคนนั้นสินะเจ้าคะ”
หลิ่วฟูเหรินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเข้าสู่ประเด็