ตอนนี้ข้าเจอพี่เยว่แล้ว แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมท่านต้องมาหลอกเอาเงินจากบ้านข้าด้วย!”
“เยว่หาน เจ้าไม่ได้บอกนางอะไรเลยหรือ?” เวินเทียนเหล่ยถามด้วยสีหน้าจนปัญญา
“พวกท่านเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อวานนี้เอง และเมื่อคืนเหยียนจื่อเซียงก็เมาหนักมาก ตอนเช้าข้าเองก็เพิ่งจะกินข้าวเช้าเสร็จ ท่านจะให้ข้าเล่าให้นางฟังได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานพูดด้วยน้ำเสียงหมดหนทางพลางยกมือนวดขมับ “ท่านมาเช้าขนาดนี้เพื่อแค่จะถามว่าข้าได้อธิบายให้นางฟังหรือไม่งั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว!” เวินเทียนเหล่ยพยักหน้าด้วยความจริงจัง “ตลอดทางข้าพยายามอธิบายให้เด็กนี่ฟังหลายครั้งมาก แต่นางก็ไม่เชื่อ ข้าก็เลยบอกนางว่าเมื่อเจอเจ้า เจ้าจะอธิบายให้นางเข้าใจ”
เมื่อได้ยินคำนี้ หลี่เยว่หานได้แต่ถอนหายใจ นางหันไปหาเหยียนจื่อเซียงด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าเวินเทียนเหล่ยได้อธิบายกับเจ้าว่าทำไมเขาต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับร้านผ้าของบ้านเจ้าแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้น”
“พี่เยว่! ท่านยังไม่รู้เลยว่าเขาพูดอะไรกับข้า ท่านจะรู้ได้ยังไงว่าที่เขาพูดมันคืออะไร!” เหยียนจื่อเซียงรีบพูดด้วยความโกรธ “เจ้าเวินเทียนเหล่ยคนนี้บอกว่าเงินที่ขาดทุนทั้งหมดจะนับเป็นสินเดิมของข้า! เขาบอกว่าเก็บไว้ให้ข้าใช้ตอนออกเรือน ท่านลองคิดดูสิ ข้ากับเขาก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไร แล้วทำไมเขาต้องมาโกงเงินบ้านข้าเพื่อตระเตรียมสินเดิมให้ข้าด้วย! พ่อแม่ของข้าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เตรียมสินเดิมใ