ามอู่ เวินเทียนเหล่ยที่เคยโกรธจัดก็เริ่มมีสีหน้าดีขึ้น
ทางฝั่งหลี่เยว่หานยังยุ่งอยู่กับการปลอบใจเหยียนจื่อเซียงและเวินเทียนเหล่ยที่ทะเลาะกันอยู่ ในขณะเดียวกันทางบ้านหลิ่วก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดในการช่วยจัดการร้านค้าของหลี่เยว่หาน
ตอนแรกพวกเขาก็รู้สึกสับสน ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เมื่อเข้ามารับหน้าที่ก็เพิ่งรู้ว่ากิจการของหลี่เยว่หานนั้นล้วนแต่ทำร่วมกับคนมีฐานะทั้งสิ้น พวกเขาเพิ่งมาถึง ไม่มีเส้นสายหรือความสัมพันธ์ ทำให้ไม่รู้จะเริ่มทำงานตรงไหน
โชคดีที่เช้านี้ท่านผู้ดูแลอวี้ได้พาคนมาช่วย พูดว่าเป็นคนที่ถูกส่งมาช่วยเหลือครอบครัวหลิ่วในการดูแลกิจการของร้านค้าทั้งหมด นั่นทำให้พวกเขาได้เข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในการทำกิจการกับพวกขุนนางและเปิดทางเชื่อมความสัมพันธ์ต่าง ๆ
พอผ่านเช้าวันนั้นไป ครอบครัวหลิ่วก็เริ่มคิดและหารือกัน
“ข้าว่าเจ้าเด็กหลี่เยว่หานเคยบอกไว้ว่าจะให้ครอบครัวเราดูแลกิจการของนางทั้งหมด ทำไมถึงต้องให้ท่านผู้ดูแลอวี้พาเจ้านี่มาเกี่ยวข้องด้วย แสดงว่าไม่ไว้ใจพวกเราชัด ๆ!” บนโต๊ะอาหาร หลิ่วฟูเหรินรองเริ่มพูดหว่านยาพิษ “ถ้าข้าจะพูด ข้าว่าเราควรจะฟื้นฟูกิจการของเราเองที่อำเภอหย่งอันจะดีกว่า แม้จะลำบากบ้าง แต่ก็ดีกว่ามาช่วยคนอื่นทำงาน!”
“เจ้าพูดอะไรไร้สาระ!” หลิ่วฟูเหรินจ้องมองหลิ่วฟูเหรินรองด้วยความไม่พอใจ “กิจการของเราที่อำเภอหย่งอันก็มีคนดูแลอยู่แล้ว แถมท่านผู้ดูแลอวี้ยังบอกด้