ทียนเหล่ยเจ้าคนนั้น ตอนที่ข้าได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกและเจอท่าน ข้าก็คิดว่าท่านคงไม่ใช่แค่หญิงชาวบ้านธรรมดา แต่สิ่งที่เวินเทียนเหล่ยทำมันเกินไป ครอบครัวของพวกเราขาดทุนยับเยินเลย!” เหยียนจื่อเซียงพูดพร้อมกับถอนหายใจด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะดึงมือนางมากุมไว้เบา ๆ แล้วกล่าวเสียงอ่อนโยนว่า “สิ่งที่เวินเทียนเหล่ยทำ ล้วนมีเหตุผลของเขา ข้ากล้ารับรองได้ว่า หากไม่ใช่เพราะเจตนาดี เขาผู้เห็นเงินเป็นทุกสิ่งเช่นนั้น ไม่มีทางยอมเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์แน่นอน เอาแค่ตอนข้าอยู่ที่เมืองหลิวชิง กิจการที่เวินเทียนเหล่ยจัดการก็ล้วนแต่เจริญรุ่งเรืองทุกกิจการไม่มีขาดทุนสักครั้งเดียว”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เหยียนจื่อเซียงก็ไม่ค่อยขัดเขินแล้ว นางมองหลี่เยว่หานด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอึดอัด “เรื่องที่ท่านพูดมา พ่อแม่ของข้าและพี่ชายในบ้านก็พูดกับข้าเหมือนกัน แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่ามีเรื่องอะไรที่จำเป็นต้องใช้เงินไปโดยตั้งใจทำให้ตัวเองขาดทุนถึงจะทำสำเร็จได้ ข้าไม่เข้าใจเลย ข้าถามผู้ใหญ่ในบ้าน พวกเขาก็ไม่ยอมบอกข้า!”
“เจ้ามาที่นี่ในครั้งนี้ ไม่ใช่ว่าแอบพ่อแม่ของเจ้ามาหรือ?” หลี่เยว่หานถามออกมาอย่างไม่คิดอะไรมากนัก แต่ไม่คาดคิดว่าใบหน้าของเหยียนจื่อเซียงจะเริ่มแดงเรื่อทันทีจนหลี่เยว่หานอดประหลาดใจไม่ได้ “เจ้าถึงกับแอบหนีพ่อแม่และพี่ชายมาจริง ๆ อย่